09/05/2013
 
สวัสดีอินชอน >_______<)/
 
หลังจากไร้สาระมาสามเอนทรี่ เราก็มาถึงเกาหลีจริงๆ เสีย T___T
เนื่องจากว่าเป็นกะเหรี่ยงที่มาถึงเกาหลีด้วยความตื่นเต้นและแพนิคเล็กน้อย
เราก็เลยแทบไม่ได้ถ่ายรูปที่สนามบินเลย...
 
เพราะว่าเราบินครั้งแรก เป็นผู้หญิงคนเดียวอะไรแบบนั้น
หลายคนก็เตือนให้ระวังๆ นิดหน่อย ว่าอาจจะโดนส่งกลับได้ เพราะอาจจะโดนมองไม่ค่อยดี
แต่ตลกมาก...เพราะเราผ่านฉลุยเลยค่ะ =___=)"
คุณพี่ตม.ผู้หญิง มองหน้าเรานิดๆ หน่อยๆ แล้วก็ปล่อยเราผ่านไปเอากระเป๋าได้เลย
ไ่ม่รู้ว่าหน้าตาไม่สวยและหน้าตาดูอีนี่มาติ่งแน่ๆ หรืออย่างไร (กร๊าก)
 
มีติดขัดนิดนึงตรงเขียนใบสอบถามเรื่องสุขภาพ...มั้ง
เราไม่ได้เขียนเบอร์โทรศัพท์ของที่พักของเราไป ก็เลยต้องไลน์ไปขอพี่ที่จะไปพักด้วยให้วุ่นวาย
ดีละเกินที่อินชอนมีไวไฟฟรี T___T ไม่งั้นคงซวยสนิท ฮ่าาา
 
อ้อ...ก่อนที่จะมาถึงตรงตม. เราต้องขึ้นรถไำฟมาก่อนนะ
เนื่องจากเราเป็นสายการบินที่อยู่คนละเทอร์มินัล
แต่ก็แป้บเดียวค่ะ และรถไฟมาทุกๆ 5 นาที ประทับใจมาก ตรงเวลาสุดๆ
 
พอออกมาจากเกทได้ สิ่งแรกที่ทำก็คือ เช่าโทรศัพท์ค่ะ!
บริการโทรศัพท์ของเกาหลีมีกี่เจ้าเราไม่แน่ใจ แต่จากที่ค้นข้อมูลมาจากไทย
ก็คือจะมีเคาท์เตอร์บริการของ olleh กับ sk เราเลือกที่จะใช้บริการของ olleh เพราะว่าเคาท์เตอร์หาง่ายกว่า ฮ่า...
จริงๆ คือจำพิกัดได้แค่ของ olleh ค่ะ... 
 
พอออกมาจากเกทแล้วเราก็ตรงดิ่งไปที่เคาท์เตอร์ olleh เลย จะอยู่ระหว่างประตู 10 กับ 11
พนักงานที่เคาท์เตอร์น่ารักมาก พูดภาษาอังกฤษได้ด้วย สำเนียงอาจจะไม่ได้เริ่ดมาก แต่ฟังง่าย :)
 
เราก็เดินเข้าไปหาเขาแบบง่อยๆ ทื่อๆ เลย "I want to rent a smartphone" 555
พนักงานเขาก็จะถามเราว่ามีบัตรเครดิตไหม เพราะต้องวางมัดจำ (ถ้าเงินสดเป็นสามแสนวอนนะคะ...)
แล้วก็จะให้เรากรอกรายละเอียด ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ที่ไทย แล้วก็จะถามว่าเราจะอยู่ถึงวันไหน
แล้วก็จะแนะนำรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้
ทีเราใช้ก็คือจะตกวันละ 5000 วอน เน็ตเป็นแบบอันลิมิต ถ้าโทรหาเบอร์ในประเทศเกาหลีนาทีละ 700 วอน
ถ้าโทรเบอร์ต่างประเทศ ก็จะเป็นอีกเรทนึง แต่เราจำไม่ได้ละว่าเท่าไหร่ แล้วก็ต้องกดรหัสประเทศก่อนตามปกติ
 
ของเราได้มาเป็นไอโฟน 5 + ที่ชาร์จพร้อมกับกล่องของ olleh แล้วก็ใบแสดงรายละเอียดแพคเกจ
อันนี้ลืมถ่ายรูปมา ขออภัย TT
 
หลังจากเราก็เดินออกไปที่ประตูที่ใกล้ที่สุดเพื่อจะไปขึ้นบัสของสนามบิน
ที่พักของเราอยู่ใกล้กับสถานี Dongkuk Univ เป็นย่านมหาวิทยาลัย
ก็จะต้องไปขึ้นบัสที่จะไปจอดตรงโรงแรม Grand Ambassdor พอเราออกไป อากาศคือเย็นมากกก
แบบ มันเย็นกำลังดี แต่มีลมนี่ตัวเหี่ยวเลย T___T
 
เดินไปเจออาจอชี่ที่ขายตั๋วอยู่ ก็เข้าไปถามนิดหน่อยว่าจะไปที่แอมบัสเดอร์ขึ้นรถตรงนี้ใช่มั้ย
เป็นภาษาอังกฤษนะคะ แต่เป็นคำง่ายๆ อาจอชี่ก็ตอบทุกอย่างเป็นภาษาเกาหลี 5555
แต่ก็คือไปชี้ตารางรถให้เราดู ก็โอเค เข้าใจกันด้วยภาษาใบ้ ว่าเราต้องรอรถอีก 20 นาที
 
โฮก T____T คิดถูกแล้วที่เอาขนมปังมาจากเครื่อง
ก็นั่งแทะไป พร้อมดื่มน้ำขวด ระหว่างนั้นก็มีคุณลุงคุณป้าฝรั่งสองคนมารอด้วยเหมือนกัน :)
 
แล้วก็ประมาณยี่สิบนาทีเป๊ะๆ รถก็มาค่ะ เร็วมาก
อาจอชี่คนขับรถก็ช่วยยกกระเป๋าเก็บไว้ใต้ท้องรถ แล้วก็สติกเกอร์หมายเลขแปะที่กระเป๋า และให้เราด้วยใบนึง
อาจอชี่คนขับรถก็ตรวจตั๋วก่อนขึ้นรถ ถามว่าเราจะไปไหน พอบอกเรียบร้อย ยื่นตั๋วให้ฉีก ก็โอเค ขึ้นได้เลย
 
ระหว่างทางเราก็สไกป์ไปหาแม่ รายงานตัวว่าถึงแล้วอีกรอบ
แต่เหมือนเขาจะบลอควีดีโอล่ะ ไม่รู้ทำไม T___T 
ก็เลยได้แต่พิมพ์ข้อความคุยกันเฉยๆ
แล้วก็ไลน์โลเกชันไปหาพี่ที่จะไปนอนด้วยเป็นระยะๆ ระหว่างทางคือเราประทับใจที่นี่มากค่ะ
 
คือ สำหรับเราเมืองไทยก็ยังเป็นประเทศที่สวยที่สุดในโลก อยากอยู่ที่สุดในโลกนะ
แต่บ้านเมืองของเขา (อาจจะเป็นแค่ในเมืองใหญ่ๆ) คือต้นไม้เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แล้วรถยนต์น้อยมากๆ ค่ะ 
 
สำหรับคือแบบ...นี่คือเมืองในฝัน 
ต้นไม้เยอะแยะเต็มสองข้างทาง เน้นขนส่งมวลชน รถยนต์น้อยๆ 
ประเทศไทยจะมีวันนั้นมั้ยคะ :(
 
นี่คือสิ่งที่ทำให้เราเลิกปรามาสประเทศเกาหลีว่ามีดีอะไรนอกจากเครื่องสำอางกับผู้ชายส่งออกนะ
 
ถ้าอาหารอร่อยกว่านี้ แล้วเราพูดภาษาเขาได้ ไม่มีพันธะทางบ้าน
เราก็อยากมาอยู่ที่นี่เหมือนกัน 555
 
KT_17
 
บรรยากาศระหว่างนั่งผ่านถนนหนทางของเขา อันนี้ยังอยู่อินชอนอยู่เลย :)
 
บัสของสนามบินคือเริ่ดมากสำหรับเรา
เบาะนั่งสบาย แอร์เย็น ชิวสุดๆ ส่วนเรื่องขับ...อืม อันนี้คือ เราดีใจมากที่ในเกาหลีรถไม่เยอะเท่าบ้านเรา
เพราะที่นั่นขับรถกันโคตรน่ากลัว =___=;;
จริงๆ เราเป็นพวกโอเคกับคนขับรถเร็ว หรือ ขับรถหวาดเสียวนะ
เพราะเราเองก็ขับรถค่อนข้างน่ากลัว อันนี้คนรอบข้างบอกมา
แต่เมื่อเทียบกับบ้านเขา...เราเป็นคนขับรถเรียบร้อยไปเลย เฮ้ 555555555
 
KT_18
 
ระหว่าทางผ่านหอคอยนัมซานด้วยนะ...ไม่้ได้ขึ้นไปล่ะ
ไม่รู้จะขึ้นไปกับใครอ่ะ กร๊ากกกกกกกกกก
แต่เอาไ้ว้คราวหน้าจะลองขึ้นไปดู จะไปคล้องกุญแจกับมายแฟน (ในมโน) ฮี่ๆ
 
ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงเราก็ถึงที่โรงแรมแอมบัสเดอร์ค่ะ
ที่พักของเราอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินมหาลัยดงกุกมาก แต่จากโรงแรมแอมบัสเดอร์ต้องเดินลงมาหน่อย
แต่แป้บเดียวก็ถึง
 
ที่พักของเราความจริงเป็น motel แต่ว่าอาจุมม่าเจ้าของที่พักไม่ได้รับประเภทค้างคืนเท่าไหร่แล้ว
เพราะว่ามีคนไทยกับคนญี่ปุ่น (ที่ออกไปทางติ่ง) มาพักเยอะมากกกกก
รายได้คงจะดีกว่ามากเลย ห้องก็ไม่ค่อยอยู่ ไฟไม่ค่อยใช้ มาอยู่กับเป็นอาทิตย์
แถมมาทีก็มีของฝากติดไม้ติดมือตลอด พวกมาม่าอะไรแบบนี้น่ะค่ะ 555
 
แถวนั้นมีร้านอาหารอร่อยอยู่สองสามร้าน มีร้านกาแฟ ร้านขนมปังด้วย
แล้วก็ร้าน G25 อารมณ์เป็นมินิมาร์ทนั่นล่ะค่ะ
แต่ส่วนใหญ่เราจะฝากท้องไว้กับ Food Cafe ที่อยู่ใกล้ๆ อารมณ์ร้านอาหารตามสั่งบ้านเรา
อร่อยและถูก อาหารก็พวกต๊อกบกกี หรือไม่ก็บะหมี่ง่ายๆ ของเขา
เครื่องเคียงฟรี น้ำฟรี นี่คืออีกอย่างที่ชอบมากที่เกาหลี 555
 
เพราะเราเป็นคนที่ชอบทานพวกผักดอง แล้วก็ดื่มน้ำเยอะมาก 555
 
พอเราไปถึงห้องพักก็มีปัญหานิดหน่อย เพราะว่าอาจุมม่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้...ไม่ได้เลย
เราก็ใช้ประโยคหากินแบบว่า...เพื่อนฉันพักอยู่ที่ห้องนี้ เป็นคนไทย อะไรเงี้ย 555
เอามาม่ากับสบู่ตรางูมาฝากเล็กน้อย 555
เขาก็ปล่อยให้ขึ้นไปได้เลย เจอพี่โบกับพี่ขมิ้นที่เราจะต้องฝากเนื้อฝากตัวด้วย 6 วันแล้ว X)
 
พอเจอพวกพี่โบเราก็ออกไปทานข้าวกันก่อนเลยค่า หิวมากๆ 
พวกพี่โบก็รอทานข้าวอยู่เหมือนกัน
 
KT_19
 
อาหารมื้อแรกที่ได้กิน น่าจะเป็นคาบกกี? ชื่อทำนองนี้...
เป็นซี่โครงหมูตุ๋น รสชาติเผ็ดๆ นิดนึง ทานกับข้าว อร่อยมากๆ ถูกมากด้วย
เป็นเนื้อสัตว์ไม่กี่มื้อที่ได้ทานนะ ฮ่าาา
 
พี่โบบอกว่าที่ไทยไม่มีขาย เพราะทำยาก
แต่มันโคตรอร่อยอ่ะ โฮ T___T
 
ประทับใจมาก ชอบเว่อร์
หลังจากนั้นเราก็โดนพี่โบลากไปคิวบ์แล้วก็เอสเอมค่ะ มันอยู่ใกล้ๆ กัน LOL
เดินหานานลื๊ม...
 
KT_20
 
โดยมีไอ้นี่...เป็นตัวเยาะเย้ย ว่าทำไมหล่อนไม่เดินเข้ามาสักทีล่ะจ๊ะ อ้อมโลกไปมานานมาก
เหนื่อยลื๊ม 5555555
แต่ก็ไม่เจอใครนะ ทั้งคิวบ์และเอสเอม แต่เราไม่ค่อยซีเรียส ถึงเราจะมีเมนในบีสท์ ติดใจบีทูบีนิดหน่อย
แล้วก็ชอบเทากับจงอิน แต่ประเด็นของเราคือทีนท็อปไง LOL
 
KT_21 KT_22
 
อันนี้คือระหว่างทางวนหาเอสเอม...
อากาศเป็นแบบนี้ตลอดเลย เราไปนี่อากาศหลักๆ คือเย็นนะ
แต่คือมีครบทั้งฝนและวันที่แดดออกจนร้อนเลยล่ะ 5555 วันที่สองคือฝนนนน 555
 
KT_23
 
กว่าจะเจอ...คนเป็นหนอน
 
KT_24
 
ส่วนอันนี้คือในคิวบ์คาเฟ่
ไม่ได้ชิมอะไร เพราะดูราคาแพงพอตัว ก็ส่องๆ ของในร้านเอา ติ่งเยอะดี
แล้วก็ไปฝากท้องกับดังกิ้นโดนัทดีกว่า โดนัทชีสอร่อยดี :)
 
ก็จบวันแรกไปแบบเหนื่อยๆ เพราะตื่นครบ 48 ชั่วโมง กว่าจะได้นอนก็ตีสอง ถึงเวลานอนพอดี 555
 
KT_26
 
KT_28
 
ปิดท้ายด้วยภาพมื้อเย็นวันนั้นทีู่ฟู้ดคาเฟ่ แหะๆ
ราบกกีที่หน้าหอพัก กับ มันดู ข้างในเป็นไส้ผัก อร่อยดีค่ะ X)
 
อาจุมม่าที่ดูแลกะนั้นก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้อย่างเคย 
แต่พี่โบกับพี่ขมิ้นอ่านตัวฮันกุกออก แล้วก็อาศัยจิ้มภาพ แล้วก็เลือกเมนูที่คุ้นๆ หู
ประกอบกับมีภาษาอังกฤษอธิบายไว้ด้วยว่าคืออะไร ก็พยายามๆ เอา 555
 
มันทำให้เรารู้จริงๆ ว่าคนเกาหลีเขาไม่ได้ไม่พูดอังกฤษนะ แต่เขาพูดไม่ได้!
แต่เขาก็พยายามช่วยเหลือเรานะ ไม่มีใครเดินหนีแบบที่เคยได้ยินมา
ถึงจะตอบทุกอย่างเป็นเกาหลีก็เถอะ XD
 
10/05/2013
 
วันนี้เป็นวันเก็บตกก่อนไปไฟท์คอนเสิร์ตของทีนท็อปปปป
 
หลักๆ คือเราจะต้องเก็บตกพวกซีดีที่ตั้งใจจะมาซื้อค่ะ
รวมๆ ก็คือ เราไปเมียงดง เพื่อจะไปซื้อของที่ร้านโอป้า 5555
ซึ่งซีดีที่เราไปซื้อก็แบบ OTL ...ก็ทีนท็อปแหล่ะค่ะ
 
เพราะว่าพวกเขาเพิ่งออกอัลบั้มเต็มเป็นครั้งแรกหลังจากเดบิวต์มาสามปี...
 
ก็ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าอัลบั้มจะโคตรใหญ่เลยค่ะ ฮออลลลลลลลลลลลลล
แทบร้องไห้ 55555
คือเราตามเก็บซิงเกิ้ลกับมินิอัลบั้มเก่าๆ ของพวกเขาให้เพื่อนด้วย
แต่ No.1 นี่ทำเอาร้องไห้เลย 5555
เพราะมันออกมาเป็น No.1 (Normal edition) ซึ่งก็ขนาดปกติธรรมดา
แล้วก็ No.1 (Limited Edition) ที่แบบใหญ่มาก...
 
KT
 
ดูขนาด...
 
แล้วยังไม่นับ Repackage อีักค่ะ คู๊นนนนนนนนนนน
ทั้งหมดนี้เราซื้อสองชุด =___= เพราะให้เพื่อนด้วย
ยังไม่รวมซีดียิบย่อยและวายจีแฟมคอนเสิร์ต + โฟโต้บุ๊คอีก ฮอล...
แบกกลับหน้ามืดเลยค่ะ
ตอนควักเงินจ่ายคือแบบ...เกือบสี่แสนวอน
ดีนะคะ โอป้าลดให้แล้ว แต่ก็คือเกือบสี่แสนอยู่ดี เว่ๆๆๆ 5555
 
ดีว่าพี่ขมิ้นกับพี่โบช่วยแบกกลับที่พัก...ไม่งั้นตายแน่ๆ
 
d44
 
อ้อ...ก่อนไปเมีัยงดง
เราไปทานไอติม Natuur pop (อ่านว่านาตูลู...ตลกมาก) ที่อินฟินิทเป็นพรีเซนเตอร์ด้วยค่ะ
 
sse
 
อันนี้เป็นเคาท์เตอร์ในร้านสาขาที่เราทาน ร้านที่เราไปอยู่แถวมหาวิทยาลัยสตรีค่ะ
พนักงานพูดภาษาอังกฤษไม่ได้...แต่ก็คุยกันรู้เรื่องนะ
 
sfs
 
ไอติมที่ทานเป็นรสวนิลาคาปูชิโน่ ก็เลี่ยนๆ ดีค่ะ ไม่ค่อยอร่อย 555
ขนาดชาเขียวกับมะนาวที่พี่โบกับพี่ขมิ้นสั่งมายังไม่ผ่าน คือมาลองชิมเพราะพรีเซนเตอร์จริงๆ
หรือเพราะก่อนหน้านั้นเราทานข้าวที่ร้านแถวนั้นแล้วก็ไม่รู้อ่ะ 5555
อร่อยมากๆ บูเดจิเกกับแกงกะหรี่ไก่ :)
 
จำได้ว่าถ่ายรูปแล้วอัพขึ้นอินสตาแกรมนะ แต่สงสัยจะไม่ได้ส่งรูปเข้าเมล หาไม่เจอล่ะ T^T
 
ดหก
 
จากนั้นก็ไปเดินป้อมอะไรซัมติง 555
ก็งงๆ ถ่ายรูปมา สถาปัตยกรรมของเกาหลีมันไม่เคยโดนใจเราจริงๆ ล่ะ 555
จะเป็นเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ จะอลังการไปเลยแบบจีนก็ยังไม่สุดอีก
แต่ก็ถ่ายรูปมาพอเป็นพิธีว่านี่คือเกาหลีนะ (?) ฮ่า
 
หฟกห
 
เมียงดงตอนมืดแล้ววว
 
ก็ได้พวกยาทาเล็บกับอะไรอีกนิดๆ หน่อยๆ ที่ได้มาตอนเดินเมียงดงนิดๆ อีกนะ กรี๊ด
เหมือนอีบ้าที่ผีเข้าเลยค่ะ คือไปช่วงอากาศกำลังดีไม่พอ
เขา SALE กันอีก แบบ โอ้...นี่มันสวรรค์~~~~
 
คือแลกเงินไปสองหมื่นบาท เรทเงินเราตอนนั้นได้ 750,000 วอน
ก็คือ เศรษฐีนิดๆ 555 ไม่นับเงินที่เพื่อนฝากซื้อของแล้วอยู่ในกระเป๋าอีกนิด (แต่แยกซอง)
 
หกห
 
ดหก
 
หลังจากนั้นก็เดินไปห้าง Doota กับทงแดมุนด้วยค่ะ
หมดเงินไปอีกประมาณ ช้อปปิ้งสนุกมาก ได้เสื้อมาตัวนึง
แล้วก็ได้รองเท้าบูทมาคู่นึงแบบงงๆ จากราคา 35,000 วอน ได้เป็นสามหมื่นถ้วนๆ
ถูกมากเลยแหล่ะ ถ้าซื้อที่ไทย คู่นี้หลายพันแน่นอน ;__;
 
ดห1ฟ452
 
ละก็หลงเข้าไปในย่านขายส่งรองเท้า...แบบงงๆ 555
เหมือนสำเพ็งบ้านเรามากเลยค่ะ ประมาณสามโมงกว่าก็เริ่มทยอยปิดละ
แต่ตอนขากลับประมาณห้าโมงก็ยังมีร้านเปิดบ้างนะ 555
 
มีอยู่ร้านนึงไล่เราออกจากร้านด้วยค่า แบบว่าปิดแล้วๆ ไรงี้...
แบบ โอ้ ช็อค 55555555555555
เคยเจอแต่ร้านที่ไทยที่แบบ กำลังจะปิด แต่ถ้ามีมาดูก็แบบดูได้นะๆ ไรงี้
 
หลังจากนั้นก็กลับมาตายที่หอพักค่ะ...ฮ่อก
 
กหำหไ
 
กห1ก4
 
ทานโอเด้งร้อนๆ กับคิมบับทูน่าที่ร้านหน้าที่พักค่ะ
อร่อยมาก ชุบชีวิตสุดๆ
 
สรุปคือ...วันแรก + วันที่สอง
จ่ายค่ากิน ค่าที่พัก ค่าทีมันนี่ และค่าซีดีไปก็...หมดตัวไปราวๆ สามแสนห้า 555
 
พรุ่งนี้เราจะไปดูคอนทีนท็อปแล้วล่ะ ฮึ้บๆๆ X) ♥
 
ปล. สำหรับใครที่จะเดินทางไปเกาหลีนะคะ
แนะนำว่าให้ซื้อบัตร T-money เอาไว้เลย สามารถซื้อได้ที่สถานีหรือว่าพวกร้านค้า
อย่างร้านซีดีที่เราไปซื้อมาก็มีขายนะคะ แต่ร้านที่เราซื้อแพงค่ะ ขายหมื่นวอน
แต่เพราะมันเป็นลายติ่งไง LOL
 
ก็เลยเสร็จ...
 
บัตร T-money มีประโยชน์มากนะคะ เพราะประเทศเกาหลี ไปที่ไหนๆ ก็ได้ด้วยซับเวย์และรถเมล์
บัตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งสองอย่างค่ะ สะดวกมาก :)
มีตู้เติมเงินอัตโนมัติให้ทุกสถานี (มีเมนูภาษาอังกฤษด้วย) หรือจะเติมตามร้านมินิมาร์ทก็ได้
หรือแค่ไม่อยากเสียสตางค์ซื้อ ก็ลองหยิบยืมคนที่เคยไปเกาหลีมาก็ได้ค่ะ จะได้เสียแค่ค่าเดินทาง

Comment

Comment:

Tweet

ขอโทษนะคะ อยากสอบถามเรื่องค่ามัดจำเช่ามือถือหน่อยอะค่ะ
จ่ายเงินสดคือสามแสนวอน แล้วถ้ารูดบัตรนี่ราคาเดียวกันหรือเปล่าคะ ?
ขอบคุณมากค่ะconfused smile

#1 By pound (103.7.57.18|171.96.6.232) on 2013-07-05 01:11