[SF]Jealous a TEDDY BEAR! :: Temp*Seung

posted on 21 Feb 2008 19:54 by nishikidotang  in fiction

Title :: Jealous a TEDDY BEAR!
Paring :: Temp*Seung
Author :: Nina*2K (ร่วมด้วยช่วยกันจิ้น...HikarI)
Warning :: เป็นฟิคป่วงๆเรื่องนึงเท่านั้น แรงบันดาลใจ....ธีมบลอคที่อิปิ๊งมันอยากใช้เหลือเกิน กลายเป็นฟิควาเลนไทน์อลเวง...ซะอย่างนั้น (หวึ่ง) แล้วก็ลากไปก็ลากมา จนจบซักที = =;;;;;; เหนื่อยมาก....ช็อตฟิคบ้าอะไรปาเข้าไปเกือบ 20 หน้า โอ้...ไม่ได้แต่งฟิคยาวขนาดนี้นานมากแล้วล่ะค่ะ อาจจะยืดๆซักหน่อย ให้อภัยคนมุขแป้กด้วยนะคะ

ปอลอ....อาจจะรับไม่ได้ (หรือถูกใจ) กับบทบาทของจียงในเรื่องนี้นะคะ (ฮี่) เพราะโดยส่วนตัวชอบจีแมนๆ

------------*

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ณ ตึก YG Family

“มอร์นิ่ง ~ !!! ซึงรียา....” หนุ่มน้อยนามลีซึงฮยอนหันกลับมายิ้มตาหยีให้กับพี่ร่วมวงสองคนที่ส่งเสียงเรียกสดใส ในเช้าวันทำงานอันเริงร่า แทยังเดินเข้ามาวางมือลงบนผมของซึงรีแล้วขยี้เบาๆ ในขณะที่แดซองนั้นกระโดดเข้ามากอดซึงรีเต็มแรง แล้วถูไถหน้ารูปเหมือนมีชีวิตของหมีขนเกรียนแห่งเมืองปักกิ่ง

“อา.....พี่สองคนมีอะไรเหรอฮะ” ซึงรีที่ดันแดซองออกไปสำเร็จแล้ว เงยหน้าขึ้นถาม

“ไม่มีอะไรหรอก พวกฉันก็แค่เห็นว่าวันนี้น่ะนะ...เป็นวันวาเลนไทน์ และในฐานะที่นายเป็นน้องของพวกเรา แล้วก็ยังช่วย ซักผ้า ตากผ้า รีดผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ทำกับข้าว บลาๆๆ ให้พวกเราอีกด้วย เพราะฉะนั้น...เราก็น่าจะมีของตอบแทนนายซะหน่อย”

“แต่เนื่องจากว่า ช่วงนี้พี่กับแดซอง....ช็อต”

“ก็เลยไม่สามารถหาซื้อของได้ทันวันเกิดนายหรือวันปีใหม่ได้ ถึงแม้ว่าเราสองคนจะช่วยกันหารก็เถอะ...มันก็เลยเลยมาวันวาเลนไทน์นี่ไงล่ะ”

“ซึ่ง....ช่วงนี้นายไม่ค่อยได้อยู่กับซึงฮยอนมันใช่ไหมล่ะ”

“เพราะงั้น....สิ่งที่พวกเราช่วยกันหารเงินซื้อมาให้นายก็คือ........แต่น แต๊น !!!”

ตุ๊กตาหมีขาวสะอาดตัวใหญ่ขนาดอีซึงฮยอนลงไปนั่งพิงได้สบายๆ ถูกส่งให้น้องเล็กที่ทำตาโตพร้อมกับคว้าตุ๊กตาหมับยิ้มแต้ถูกใจอย่างไม่ปิดบังซักนิด ใบหน้าน่ารักยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวขาว พร้อมกับซุกหน้าลงบนขนนุ่มๆของตุ๊กตาตัวโตอย่างสุขใจ

“ซักให้แล้วนะเนี่ย ทั้งนุ่มนิ่มและไม่เหม็นกลิ่นใหม่” แดซองบรรยายสรรพคุณ โดยมีแทยังพยักหน้าหงึกหงักเป็นลูกคู่

“ขอบคุณฮะ! มันน่ารักเป็นบ้าเลย” ซึงรียิ้มหวานให้อีกที ก่อนจะหันไปเล่นกับตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ราวกับเด็ก 3 ขวบต่อ ให้ตายเถอะซึงรี นายอายุ 17 แล้วนะ!!

แกร๊ก...

“หวัดดี” เสียงหล่อของพี่ใหญ่ชเวซึงฮยอนทักทายขึ้นมา แดซองกับแทยังหันไปบอกมือกลับ ส่วนซึงรีก็ทำท่าจะวางตุ๊กตาหมีแล้ววิ่งเข้าไปหาพี่ใหญ่ซักหน่อย แต่....

“เฮ้ย อย่าลากกูดิวะ ไอ้ซึงฮยอน!! เดี๋ยวมือถือหลุดมือโว้ย....สาด”

เสียงโวยวายของลีดเดอร์วงอย่างควอนจียงดังลั่นขึ้นมา พร้อมกับเจ้าตัวที่ปรากฏกายตามหลังเสียง มือข้างนึงถือเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋วที่กำลังติดพันสายกับอีกฝั่งอยู่ ส่วนอีกข้างก็ถูกพี่ใหญ่ของวงอย่างชเวซึงฮยอนถูลู่ถูกังลากมาอย่างไม่ปราณี ใบหน้าหล่อคมของพี่ใหญ่ยิ้มให้น้องๆอีกสามคน แล้วก็หันกลับไปทำตาดุใส่ลีดเดอร์ด้วยเชิงตำหนิ จนควอนจียงต้องยอมวางสาย แต่ก็ยังมิวายบ่นงึมงำ

“อะไรวะ กูจะคุยโทรศัพท์กับแฟน ไม่ได้เจอกันตั้ง 2 อาทิตย์แล้ว ปล่อยให้กูโทรศัพท์เด้!”

“ซ้อมได้แล้ว”

“ไรฟะ....เหลืออีกตั้ง 20 นาที กูคุยกับแฟนได้อีกประมาณสามร้อยล้านประโยค”

“ต้องไปเปลี่ยนเสื้อ”

“5 นาทีก็เสร็จ”

“ไม่มีความรับผิดชอบ”

“.......” ปึ้ด....นี่คงเป็นเสียงที่บอกความรู้สึกและอารมณ์ของจีดราก้อนได้ดีที่สุด เส้นเลือดปูดขึ้นมาที่ขมับพร้อมกับเต้นตุ้บๆ ควอนจียงทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอก่อนจะดึงมือออกจากเทมโปแล้วกระแทกไหล่เดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับเสียงสบถโวยวายฟังไม่รู้เรื่องลอยมา

หลังจากเสียงโวยวายของจียงหายไป ภายในห้องพักก็เกิดความเงียบขึ้นมาทันที มีเพียงเสียงของแดซองกับแทยังที่นั่งคุยเรื่องสคริปต์รายการวันนี้กันเบาๆ ส่วนซึงรีน่ะหรือ? หันกลับไปเล่นกับตุ๊กตาหมีต่อแล้วล่ะ

ชเวซึงฮยอนหันไปเจอน้องเล็กหน้าหล่อกำลังจิ้มๆตุ๊กตาหมีสีขาวตัวโตที่พุงอย่างเมามัน ก็สาวเท้าเข้าไปหา

“ซึงรี ตุ๊กตานี่ไปเอามาจากไหนน่ะ?” เอ่ยทักด้วยคำถาม ซึงรีเงยหน้าขึ้นมามองหน้าซึงฮยอนเล็กน้อย ก่อนจะตอบสั้นๆไปว่า

“พี่แทยังกับพี่แดซองให้”

“ให้นาย? ให้ทำไม” หันกลับไปถามแทยังกับแดซอง แต่ก่อนที่สองคนนั้นจะได้ตอบ ซึงรีก็ชิงตอบคำถามขึ้นมาก่อน

“วันวาเลนไทน์ รวบยอดวันเกิดแล้วก็ปีใหม่ย้อนหลัง” ซึงรีทำปากยื่นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปกอดตุ๊กตาต่อ

“อ้อ เหรอ...”

-----------------------*

“ผมจะเอามันไปด้วย” อีซึงฮยอนยื่นคำร้องกับพี่ใหญ่ของวงเป็นคนสุดท้าย วันนี้บิ๊กแบงมีงานทั้งวัน หลังจากซ้อมเต้นตามตารางตอนเช้าเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็มีไปอัดรายการต่อกันที่สถานี SBS ในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้านี้ ซึ่งถ้าไม่ออกไปภายใน 10 นาที พวกเขาจะต้องสายอย่างแน่นอน และตอนนี้น้องเล็กซึงรีกำลังยื่นคำร้องการนำตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ไปด้วย ในขณะที่พี่ๆคนอื่นก็อนุมัติเรียบร้อยเนื่องจากเห็นว่า ‘ยอมๆมันไปซะ จะได้ไปทำงานซักที’ แต่ชเวซึงฮยอนกลับบอกว่า ‘ตัวมันใหญ่เกินไป เกะกะ ขนย้ายลำบาก’ ขนาดความเห็น 4 ต่อ 1 ขนาดนี้ พี่ใหญ่ของวงยังไม่ยอมเสียที ซึงรีจึงออกอาการงอแงอย่างเห็นได้ชัด จียงที่ตอนแรกนั่งมองนาฬิกาก็เปลี่ยนไปฆ่าเวลาด้วยการหลบออกไปคุยโทรศัพท์ ส่วนยองเบก็หันไปฟัง mp3 กับแดซอง ปล่อยให้พี่ใหญ่น้องเล็กเขาตกลงกันต่อไป

“ไม่รู้แหล่ะ ผมจะเอาไป!”

“แต่พี่ไม่ให้เอาไป”

“เสียง 4 ต่อ 1 ให้เอาไปได้ ที่นี่เกาหลีใต้นะ! ไม่ใช่เกาหลีเหนือ ประชาธิปไตยหน่อยสิพี่เทมโป”

“ไม่เกี่ยวกัน นายจะเอามันไปทำไม เราไปทำงานกันนะ”

“เอาไปกอด”

“ทำงานแล้วจะเอาไปกอดทำไม”

“กอดตอนนั่งในรถแล้วก็ตอนว่างๆ”

“ไร้สาระ”

“ก็เรื่องของผม”

“มันเกะกะ”

“ผมไม่ได้ใช้ให้พี่หรือใครแบกนี่ ผมแบกเอง”

“แล้วหายไปใครจะรับผิดชอบ”

“มันอยู่ในรถ สตูดิโอ แล้วก็ข้างๆตัวผม ใครมันจะเอาไป”

“แล้วทิ้งไว้ที่บ้านมันไม่ง่ายกว่าหรือไง”

“ไม่ เพราะผมจะกอดมัน”

“ซึงรี !!!”

“อะไรเล่า!!”

ท่าทีดื้อรั้นแบบไม่ยอมฟังใครทั้งนั้นของอีซึงฮยอนบวกกับเวลาที่กระชั้นเข้ามาทุกที ไหนจะยังเพื่อนๆน้องๆ ที่สนับสนุนเขาเหลือเกิน ทำให้เขาต้องยอมแพ้ น้องเล็กยิ้มร่าทันที เดินดุ่ยออกไปทันที ซ้ำยังหันไปลากตัวแทยัง และตะโกนเร่งจียงกับแดซองเสียอีก ราวกับว่าพวกพี่ๆเป็นคนทำให้ทั้งวงต้องเกือบสายอย่างนั้นแหล่ะ

“ให้ตาย....”

-------------------*

และหลังจากนั้นเป็นต้นมา...ไม่ว่าวันนั้นบิ๊กแบงจะต้องตะลอนๆไปที่ไหนก็ตาม อีซึงฮยอนก็หอบตุ๊กตาหมีตัวโตไปด้วยตลอด สต๊าฟก็เข้ามาทักกัน อีซึงฮยอนก็ตอบกลับอย่างร่าเริงว่าพี่แทยังกับพี่แดซองให้มา เพราะว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ แล้ววันนี้เจ้าตัวก็ทั้งกอดทั้งหอม หรือ นั่งพิงตุ๊กตาอ่านหนังสืออย่างมีความสุขทั้งวัน ไม่รู้ไอ้ตุ๊กตาหมีนั่นมันมีดีอะไรนักหนานะ!?

“พี่เทมโป เป็นอะไร ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดทำไม? ขี้ไม่ออกเหรอ” โอ้...ไอ้น้องเวร ขอบใจนะ กูไม่ได้ปวดขี้! แต่กูอิจฉาตุ๊กตาหมีของเมิงนั่นแหล่ะ! Shit….เอาเถอะ ตอบว่าปวดขี้ไปก็ดูดีกว่าอิจฉาตุ๊กตาหมีล่ะวะ

“เออ” แดซองหัวเราะลั่น ก่อนจะกระโดดดึ๋งดั๋งไปหาแทยังที่มุมห้อง พร้อมตะโกนไปตลอดว่า พี่เทมโปขี้ไม่ออก...

อย่า...อย่าให้กูเคลียร์เรื่องตุ๊กตาหมีสำเร็จก่อนไอ้แดซอง เมิงตายแน่

“ขี้ไม่ออกเหรอ เทม...”

“.....” เวรของกู

“ไปขอยาสต๊าฟกินมั้ยล่ะ แล้วเดี๋ยววันนี้ให้ซึงรีทำเมนูผักให้กินเยอะๆละกัน จะได้ถ่ายง่ายหน่อย” จียงว่าอย่างนั้น บีบๆที่บ่าเทมโป 2 – 3 ที แล้วก็เดินจากไปพร้อมกับโทรศัพท์มือถือคู่ชีพ(?)

ให้ตาย...อะไรวะ ไอ้คนที่ไม่ได้ขอให้มันถามไถ่สารทุกข์สุกดิบก็เข้ามาเป็นห่วงเป็นใยกันจัง ส่วนไอ้คนที่อยากให้มาห่วง มาถาม มาดูแล ก็เจือกเล่นกับตุ๊กตาหมีอยู่ได้!

ว่าแล้วก็เดินเข้าไปหาเลยแล้วกัน

“ซึงรี” เทมโปนั่งแปะลงข้างๆซึงรีที่กำลังจับมือสองข้างของตุ๊กตาขนปุยประกบเข้าหากันเป็นท่าสวัสดีของประเทศไทย ซึงรีหันมามองหน้าเป็นเชิงถาม

“ปวดท้อง”

“ก็ไปกินยาดิ มาบอกผมแล้วจะหายมั้ยอ่ะ”

เอออ !!!!!!!!!!!!!!!!!!! กูผิด..................-“-

เทมโปทำหน้าบูดทันควัน แล้วคว้าตัวน้องเล็กออกจากตุ๊กตาหมีตัวปัญหามากอดแรงๆหนึ่งทีก่อนจะผละออกเดินออกจากห้องพักนักแสดงไป สร้างความมึนงงให้กับอีซึงฮยอนสุดๆ แต่กับอีกสองคนที่นั่งซุบซิบกันอยู่มุมห้อง และ อีกหนึ่งที่แอบมองจากหลังเสา มันช่างเป็นภาพเหตุการณ์ที่น่าสนุกเสียจริงๆ!

--------------*

24.00 น. ณ ห้องพักของบิ๊กแบง

“ฮ้า ถึงบ้านละโว้ย ~ อาบน้ำล่ะ ใครแย่งพ่อจะแช่งให้ขี้ไม่ออกแบบซึงฮยอนด้วยเอ้า” จียงชี้หน้าแทยังที่ทำท่าจะวิ่งเข้าห้องน้ำก่อนใครเพื่อน ว่าแล้วก็ผลักแทยังให้หลบไปอีกทาง ส่วนพ่อคุณก็เดินเข้าไปในห้องน้ำอย่าสบายใจ ในขณะที่แทยังก็ได้แต่เข่นเขี้ยวอย่างเจ็บใจ

อีซึงฮยอนที่วันนี้ใช้พลังไปกับการร่าเริงสุดขีดตามสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ก็ลากตุ๊กตาหมีไปนอนแหมะบนโซฟาแทบจะหลับไปในทันที ถ้าไม่ใช่ว่าชเวซึงฮยอนมาดึงตัวไว้ก่อน

“อะไรอีกง่า....พี่เทมโป ผมจะนอน”

“ไปนอนในห้องดีๆ”

“จะนอนตรงนี้หรือในห้องผมมันก็ไม่ต่างกันหรอกน่า ตอนนี้ผมง่วงแล้ว ปล่อยผมนอนเหอะนะ”

“ไม่ได้ นอนตรงนี้เดี๋ยวเป็นหวัด แล้วนายก็ยังไม่ได้อาบน้ำด้วย”

“ไม่มีแรงแล้ว.....” ร้องครวญ

“งั้นก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ซะ ตัวนี้เหม็นเหงื่อหมดแล้ว”

“งืมๆ” ซึงรีพยักหน้าอย่างจำยอม ผละจากตุ๊กตาหมี ถอดเสื้อนอกออก แล้วทำท่าว่าจะถอดเสื้อเชิ้ตข้างในออกตาม ร้อนถึงพี่ใหญ่ของวงที่นั่งตาค้างตกใจกระเด้งตัวพรึ่บขึ้นมา

“เฮ้ย...เปลี่ยนอะไรตรงนี้ ไปเปลี่ยนดีๆในห้องไป”

“ง่า...เอาหมีไปด้วย” เจ้าตัวจะเดินย้อนกลับไปเอาตุ๊กตา แต่เทมโปคว้าตุ๊กตุ่นขนปุยมาไว้บนบ่าแทน ส่งสายตาบอกให้เดินไปในห้องได้แล้ว ซึงรีจึงยอมเดินไปในห้อง เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่โดยดี

ระหว่างรอซึงรีเปลี่ยนเสื้อผ้า เทมโปก็พูดขึ้นมา

“คืนนี้พี่นอนด้วยนะ” ซึงรีชะงักเล็กน้อย ก่อนจะติดกระดุมเสื้อนอนต่อ แล้วหันกลับมา

“จะนอนได้ไง ที่ก็มีอยู่แค่นี้ แล้วพี่ก็ไม่ได้ตัวเล็กเลยนะ ไปนอนกับพี่จียงนั่นแหล่ะ”

“ก็พี่จะนอนกับเราวันนี้”

“ไม่เอา ที่แคบ”

“เมื่อก่อนยังมานอนด้วยได้เลย ไม่เห็นจะแคบตรงไหน พอดีแท้ๆ”

“เมื่อก่อนก็ส่วนเมื่อก่อนสิ ตอนนี้ผมมีตุ๊กตาหมีมานอนด้วยแล้ว ไม่มีที่พอสำหรับพี่แล้ว”

โอ้....ฟังแล้วช่างจี๊ดถึงเซี่ยงจี๊.....ไม่มีที่พอสำหรับกูแล้ว เพราะมีตุ๊กตาหมีมาเสียบแทนที่กูเนี่ยนะ !!? ถามหน่อยเถอะครับพี่น้อง ชเวซึงฮยอน เทมโป แห่ง บิ๊กแบง หน้าตาดีน้อยกว่าไอ้ตุ๊กตาขนปุยนี่ตรงไหนวะ?

“งั้นก็เอาหมีออกไป”

“พี่นั่นแหล่ะออกไป นี่ห้องผมนะ ผมจะให้ใครนอนมันก็เรื่องของผมสิ”

“ไม่ใช่ห้องนาย นี่ห้องเก็บเสื้อผ้า”

“อ๋า !!!!!! งั้นผมไปนอนกับพี่แทยังก็ได้” ซึงรีกระแทกเสียงใส่เทมโปอย่างโกรธเคือง พูดงี้ได้ไงวะ ห้องนอนดีๆก็ไม่มีกับชาวบ้านเขาแล้ว นี่ต้องระเห็จมานอนในห้องเก็บเสื้อผ้าอย่างกับซินเดอเรลล่า ยังมาหาว่านี่ไม่ใช่ห้องเขาอีกเรอะ?!

“ไม่ต้องเลย นายจะไปนอนเบียดหมอนั่นทำไม”

“แล้วทำไมพี่จะต้องมานอนเบียดในห้องเก็บเสื้อผ้ากับผมด้วยล่ะ!? เตียงตัวเองก็มี กว้างกว่าเตียงผมซะอีก กลับห้องตัวเองซะไป ผมจะนอนแล้ว”

“พี่ก็จะนอนเหมือนกัน”

ว่าแล้วไม่ว่าเปล่า เทมโปดึงตัวน้องเล็กหล่นตุ้บลงบนเตียง มักเน่น้อยโวยวายลั่น แต่พี่ใหญ่ไม่สนใจ ดึงตัวน้องเล็กเข้าแนบอก กอดซ้อนจากด้านหลัง กดคางตัวเองกับไหล่น้อง ซ้ำยังล็อคตัวไม่ให้ดิ้นหลุดอีกต่างหาก ซึงรีเห็นทีว่าถ้าดิ้นต่อไปก็ไม่มีประโยชน์และเขาก็ไม่มีแรงประกอบกับง่วงมากแล้วด้วย จึงยอมนิ่งแต่โดยดี แต่ว่าไม่กอดพี่เทมโปหรอกนะ! แล้วซึงรีก็ยื่นมือออกไปคว้าตุ๊กตาที่นอนอยู่บนพื้นห้องมากอดแทน

ชิ.....

-------------*

เช้าวันต่อมา

วันนี้ตารางซ้อมของวงมีเพียงซ้อมเต้นตอนเช้าเท่านั้น เรียกได้ว่าวันนี้บิ๊กแบงว่างเลยแหล่ะ สมาชิกทั้งห้า เมื่อซ้อมเต้นเสร็จก็ลงไปกลิ้งอยู่ในห้องนั่งเล่นทันที แทยังเดินตรงดิ่งไปเล่นเกมที่หน้าโทรทัศน์ แดซองก็เช่นกัน ในขณะที่จียงก็คุยโทรศัพท์เดินไปเดินมาอยู่ในห้อง ส่วนเทมโปที่เดินเข้ามาหลังสุด ก็กวาดสายตามองหาซึงรี ก็เห็นเจ้าน้องเล็กกำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูน พิงตุ๊กตาหมีอยู่ตรงโซฟาใกล้ๆกับพวกแทยังนั่นเอง

เห็นดังนั้นแล้ว เทมโปก็เดินเข้าไปหาซึงรีทันที แต่ทว่า...

“พี่แทยัง ไปซื้อขนมกัน” เจ้าตัวป่วนดันชวนพี่ชายอีกคนที่กำลังเล่นเกมอย่างเมามันหน้าโทรทัศน์ซะแบบนั้น

“แล้วก่อนเข้ามาทำไมไม่ซื้อวะ เล่นเกมอยู่ ไม่ว่างเว้ย”

“โหย....หยุดไว้ก่อนก็ได้นี่ ไปซื้อด้วยกัน นะๆ”

“วะ....แล้วทำไมต้องฉันวะ ไอ้เทมก็ว่าง เอามันไปแทนละกัน...ไม่งั้นแกก็ลากตุ๊กตาหมีไปเป็นเพื่อนไป” แทยังตัดรอนอย่างไร้เยื่อใย เรียกสีหน้าบูดจากหน้าน้องเล็กได้ทันที

“พี่แทยังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง” ซึงรีร้องแง้วๆ ด้วยโทนเสียงระคายประสาท จนแดซองทนไม่ได้ กดหยุดเกมซะเอง แล้วไล่ให้แทยังรีบๆไปเป็นเพื่อนน้องมันซะ จะได้กลับมาเล่นต่อ แทยังจิ๊ปาก ก่อนจะลุกขึ้นอย่างเสียไม่ได้ ฝ่ายซึงรีก่อนยิ้มถูกใจ ก่อนจะยกตุ๊กตาหมีขึ้นใส่มือแดซอง บอกว่า ฝากไว้นะ แล้วก็เดินลิ่วตามแทยังไปทันที

ทิ้งให้พ่อหน้าหล่อ ชเวซึงฮยอน ค้างอยู่แบบนั้นนั่นแหล่ะ

.
.
.

“อ้าม” แล้วพอกลับมาได้ ก็มานั่งทำอะไรบาดตาตรงนี้วะ!? ชเวซึงฮยอน ไม่เข้าใจ อีซึงฮยอนโว้ย!!!

เสียง ‘อ้ามๆ’ ของซึงรีขณะกำลังป้อนบิสกิตเคลือบช็อกโกแลตหักครึ่งให้แทยังที่นั่งเล่นเกมอยู่กับแดซองมันชวนให้น่าหมั่นไส้ และ น่าอิจฉาเป็นบ้า อะไรกันวะ?

“กินอีกไหม พี่แทยัง”

“เอาน้ำอ่ะ คอแห้ง” แทยังตอบไป แต่ตายังคงจับจ้องอยู่ที่ภาพบนกล่องสี่เหลี่ยมที่วูบไหวไปมา ซึงรีทำตามคำขอทันที หยิบขวดน้ำดำอัดลมยี่ห้อหนึ่งขึ้นมาเปิดใส่หลอดให้เรียบร้อย เอาไปจอตรงปากรุ่นพี่ร่วมวงหลายที แต่ก็ไม่เข้าปากเสียที จะมีก็แต่นิ้วของซึงรีที่พยายามจะจับหลอดให้เข้าปากแทยังที่นั่งจ้องจอโทรทัศน์ไม่สนใจอะไรนั่นแหล่ะ ที่โดนริมฝีปากของแทยังไปหลายที จนในที่สุด.....

“เว้ย !!!” เทมโปที่นั่งดูอยู่นานถึงจุดสิ้นสุดของความอดทน ลุกขึ้นพรวดเดินดุ่ยๆไปลากแขนจียงที่กำลังคุยโทรศัพท์อย่างออกรสเข้าห้องนอนไปทันที อีกสามคนที่เหลือ (รวมทั้งตัวจียงด้วย) ก็เกิดอาการอึ้งกิมกี่กันทันที

เมื่อกี้? อะไรวะ?

สิ้นเสียงปิดประตู และความอึ้งของสมาชิกทุกคนจบลง แทยังก็หันไปหาแดซองทันที ในขณะที่น้องเล็กของวงอย่างอีซึงฮยอนได้แต่งงเป็นไก่ตาแตก

พี่เทมโปเป็นอะไรอีก? หรือว่ายังไม่หายท้องเสีย แล้วทำไมต้องเข้าไปในห้อง จะขอยาพี่จียงหรือไง แล้วทำไมขอดีๆไม่ได้ ต้องเข้าไปขอในห้องด้วยเหรอ หรือว่าพี่เทมโปอาย แต่อันที่จริงก็รู้ว่าพี่เทมโปปวดขี้กันทั้งวงแล้วนี่ แล้วเมื่อวานก็ทำผักให้กินตั้งเยอะแยะ ทำไมยังขี้ไม่ออกอีกล่ะ หรือจะแนะนำให้พี่ไปสวนทวารดี

แต่ประเด็นที่คาใจมักเน่ที่สุดก็คือ....ทำไมต้องพี่จียงอีกแล้วอ่ะ?

สองหนุ่มที่เหลือที่หันไปคุยกันเมื่อครู่ ก็เริ่มซุบซิบกันเกี่ยวกับหน้าตางุนงงของซึงรีที่ตอนนี้มีแต่ความไม่เข้าใจ

----------------*

“อะไรของมึงอีกวะ เทมโป เป็นห่าไรมากไหม วันๆลากกูจัง มีไรคุยกันดีๆไม่ได้หรือไง แล้วพอลากกูไปโน่นไปนี่แล้วก็ไม่พูด แสรด....สติดีอยู่ป่ะมึง หรือแร้ปจนเพี้ยนไปแล้ว แล้วคราวนี้ลากกูเข้าห้องทำไม จะข่มขืนกูรึไง กูไม่ยอมหรอกนะเว้ย ถ้าเปลี่ยวขนาดนั้นก็ไปบอกซึงรีมันโน่น ไม่ต้องห่วงว่ามันยังเด็กหรอก ถึงจะดิ้นนิดดิ้นหน่อย เดี๋ยวมันยอมมึงแหล่ะ”

พระเจ้าครับ....บอกชเวซึงฮยอนคนนี้ทีว่าไอ้คุณจีดราก้อนมันพล่ามอะไรของมันครับ ผมแค่ลากมันเข้าห้องเพื่อมาปรึกษาเรื่องของ ซึงรี แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรซักคำ ดูมันสิครับ ด่ายาวเป็นกิโลจากโซลถึงเปียงยางเลย

“ประสาท”

“เออ กูประสาท ไม่ประสาทก็แย่แล้วแหล่ะ วันๆลากกูอย่างเดียว กูไม่ใช่เมียมึงนะโว้ย เมียมึงนั่งอยู่ข้างนอกป้อนขนมชายชู้อยู่นู่น อยากเคลียร์ก็ไปลากมันเข้าห้อง ไม่ใช่กู! หรือมึงเบลอ เห็นกูเป็นซึงรี”

“อย่ามาบ้าน่ะ จียง” เทมโปถอนหายใจหนัก....แม่งไม่เลิกครับ

“เออ กูเลิกบ้าก็ได้ แต่มีไรก็พูดมาซะที ไม่งั้นกูจะไปคุยโทรศัพท์กับแฟนแล้ว ช่วงเวลาที่ว่างจากการทำงานอันมีค่าของกู ควรจะเสียไปกับแฟนของกู ไม่ใช่มานั่งจ๋องดูมึงทำหน้าโฉดกว่าเดิมจากที่เคยเป็นครับ เทมโป” จียงด่าเข้าอีกดอก ทำท่าว่าจะลุกไปจริงๆ แต่เทมโปก็รีบกระชากแขนพ่อเห็ดแชมปิยองนั่งลงที่เดิม ตามด้วยการลากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งมานั่งประจันหน้ากัน ก่อนจะเปิดฉาก

“เครียด”

“เออ เด็กอนุบาลหมีควายก็ดูรู้ว่ามึงเครียด ถ้าจู่ๆมาลากกูไปนู่นไปนี่แล้วไม่พูดห่าอะไรเลยตลอด 2 วัน”

“ฟังกูสิ”

“ก็รอฟังอยู่สิ ไม่งั้นกูจะนั่งอยู่นี่ทำติ่งอะไรวะ”

....ขันติ ครับ ขันติ อย่าเพิ่งกระชากคอเสื้อไอ้หัวหน้าเห็ดนี่ ร่มไว้ เทมโป ร่มไว้

“กูเครียดเรื่องซึงรี”

“เออ เข้าใจอยู่”

“ทำไงดีวะ”

“ปิดห้องคุยกับน้องมัน ไม่ใช่มาปิดห้องคุยกับกู ไม่มีประโยชน์ว่ะ”

“พูดง่ายจริง”

“แล้วจะพูดให้ยากหาพระแสงอะไรวะ”

สาด.....#^^%#^&)((*)(^^&#$%@#$^&**())

ผมก็ได้แต่ด่ามันในใจล่ะครับ! ผมถือคติไม่พูดดีที่สุดครับ เป็นการไม่ผูกมัดตัวเองด้วยคำพูด

“มึงก็เห็นนี่...ว่าซึงรีผูกขาดตัวเองอยู่กับตุ๊กตาหมีนั่น แล้วพอจะเข้าไปทัก ซึงรีก็เด้งตัวเองพุ่งเข้าไปหาแทยังมันซะแบบนั้นอ่ะ”

“หึงตุ๊กตาหรือแทยังมันล่ะ?” ไม่ถามเปล่า ยักคิ้วหลิ่วตาทำหน้ากวนส้นตีนใส่ผมอีกแน่ะ เอาเหอะ ขันติ - -*

“ก็ทั้งสองอย่าง...ถึงมันจะดูน่าทุเรศ ปนอัปรีย์และงี่เง่า แต่ตัวต้นเรื่องก็คือไอ้ตุ๊กตาเวรนั่น เพราะอะไรวะ”

ครับ เข้าใจว่าไอ้การที่คนเพรียบพร้อมมันทุกออพชั่นทั้งหน้าตา ความสามารถ และนิสัยอย่างผมเนี่ย จะมานั่งตัดพ้อตุ๊กตาหน้าขนตัวโตตัวเดียวน่ะ มันไม่มีเหตุผลหรอก แต่ก็นะ.. อดไม่ได้นี่ครับ ขนาดผมดีพร้อมซะขนาดนี้ ซึงรียังสนใจมันมากกว่าผม มันก็อดที่จะคิดไม่ได้ครับว่าไอ้ตุ๊กตาเหวนั่นมีดีอะไรวะ

“ถามกู...? แล้วกูจะรู้กับมึงไหม ถามตัวเองสิวะ”

“กู....ไม่รู้ว่ะ แต่ก็คิดอยู่เหมือนกันว่า เพราะแทยังเป็นคนให้ตุ๊กตาตัวนั้นล่ะมั้ง”

“เกี่ยวเหรอวะ? กูจำได้ว่าตุ๊กตานั่นแทยังแชร์เงินกับแดซองซื้อให้ซึงรีนะ”

“ก็ถามกู กูก็คิดแบบนี้แหล่ะวะ”

“งี่เง่า....ถามตัวเองของกู คือหมายถึงให้มึงอ่ะ ถามตัวเองดูว่าไปทำอะไรให้ไอ้มักเน่มันโกรธรึเปล่า มันถึงได้งอนตุ๊บป่อง หลบหน้าแก ไม่ยอมให้แกเข้ามาคุยด้วยน่ะ ไอ้เซ่อ....หน้าหล่อ ฉลาด ซะเปล่า เสือกโง่กว่ากู”

“ก็ไม่ได้ไปทำอะไรนี่หว่า”

‘โง่บรมแบบนี้สิวะ น้องมันถึงได้งอนเอา’

“แล้วแกจะเอาไงล่ะ”

“ไม่รู้”

“ควายนี่ มึงตอบเป็นแค่ไม่รู้รึไงวะ เดี๋ยวกูก็ฟาดด้วยกระป๋องแป้งเลย เอาเหอะ...ถือซะว่าทำบุญให้ไดโนเสาร์ใกล้สูญพันธุ์ เดี๋ยวแม่งจะขาดใจตายเพราะโดนแพนด้านทอดทิ้งซะก่อน กูแนะนำให้มึงไปคุยกับน้องมันซะ มันจะคุยกับใครก็ช่างหัวบิดรมารดามันไปก่อน...ส่วนไอ้ตุ๊กตานั่น ยังไงซะมันก็แค่ตุ๊กตาตัวโตขนนิ่มตัวนึง ไม่ได้มารู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดหรือการกระทำของมึงที่จะปฏิบัติกับซึงรีอยู่แล้ว เพราะงั้นมึงอยากทำไรต่อหน้ามันก็ทำๆแม่งไปเหอะ มึงจะเกรงใจมาทำเตี่ยไร๊?”

“เออๆ กูจะไปคุยกับซึงรีก็ได้” จียงยิ้ม.....ในที่สุด กูก็จะได้ไปคุยโทรศัพท์ซักทีโว้ย ^^

----------------*

หลังจากทนฟังให้จีดราก้อนด่าอยู่นาน ตอนนี้เทมโปก็เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องตัวเอง ทำหน้าครุ่นคิดปากก็พึมพำอะไรฟังไม่ได้ศัพท์ อยู่นานสองนาน

“เอาวะ...ยังไงซึงรีก็ของกู ไม่ใช่ของแทยังหรือไอ้ตุ๊กตานั่น จะเกรงใจเตี่ยใครอีก” เทมโปพูดกับตัวเอง ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าไปหามักเน่น้อยที่กำลังเคี้ยวขนมในปากตุ้ยๆ

“ซึงรี พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิ” เสียงเรียกจากเทมโป เรียกให้น้องเล็กของวงเงยหน้าจากจอ LCD 24 นิ้วยี่ห้อ SUMSUNG ได้ ซึงรีมองหน้าพี่ใหญ่งงๆ ก่อนจะตอบกลับไป

“คุยอะไรง่ะ ก็ว่ามาสิฮะ”

“พี่ขอคุยเป็นการส่วนตัว....ที่ห้องพี่”


“ทำไมต้องห้องพี่ง่ะ คุยตรงนี้ดิ ความลับอะไรเหรอฮะ? แล้วทำไมต้องคุยกับผมอ่ะ? ผมอยากดูหนังนี่ พี่ไม่คุยกับพี่จียงต่อหรอ” ถามแล้วก็เสหน้ากลับไปมองทีวีต่อ เอาแล้วไง ไม่ทันไรได้ของชวนติดชิ้นใหม่มาอยู่ในกำมืออีกแล้วสิเนี่ย หนังเหนิงอะไร ใครหาให้แฟนกูดูวะ อย่างน้อยก็ยังดีที่ซึงรีไม่ใช่พวกได้ใหม่แล้วลืมเก่า อุตส่าห์พิงตุ๊กตาหมีเล่นดูทีวี ... ไม่ใช่ดิ ทำไมต้องติดอะไร (ที่ไม่ใช่ผม) เพิ่มด้วยวะ!!

“เอ่อ.....” เทมโปถึงกับใบ้รับประทาน ทำไมมันถึงได้ทำท่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรได้ขนาดนี้น้า

“พี่คุยเสร็จแล้ว”


“คุยเสร็จแล้ว? อ๋อ....พี่จียงจะไปคุยโทรศัพท์กับแฟนเขาเหรอฮะ ผมก็ไม่ว่างอะ ดูหนังกับพี่แทยังอยู่” บอกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย หันไปสนใจคนในจอ LCD ต่ออย่างไม่มายด์อะไรทั้งสิ้น พี่คนโตและพี่ชายผู้ถูกพาดพิง (รวมถึงผู้อยู่ในเหตุการณ์อย่างแดซอง) ถึงกับเหวอ

‘เดี๋ยวกูก็โดนไอ้เท๊มมันเชือดหร๊อก !!! ไอ้ซึงรี ! อย่าเอากูเป็นโล่สิวะ ไอ้น้องเวร ไม่บอกว่ามึงติดทีวีล่ะวะ’

“แต่พี่มีธุระจะคุยกับนาย นายก็ค่อยมาดูทีหลังไม่ได้หรือไง ดีวีดีมันเปิดใหม่ได้ แต่จะให้พี่พูดใหม่ มันไม่ง่ายนะ”

“เอ้า! ก็พี่คุยกับพี่จียงอยู่ได้ตั้งนาน ผมเบื่อ ก็เลยนั่งดูหนังกับพี่แทยังกับพี่แดซอง พี่ก็ไปคุยกับพี่จียงต่อสิฮะ ผมอยากดูหนังนี่” ก่อนจะหันมามองพี่ใหญ่ที่ทำหน้าเครียด

“แต่พี่จะคุยกับนาย แล้วพี่ก็ต้องการคุย วันนี้ เดี๋ยวนี้” เทมโปที่ชักจะเริ่มหงุดหงิดกับอาการงอแงของน้องเล็กก็เริ่มขึ้นเสียง

“ไม่ว่าง”

“ซึงรี”

“.........”

“อีซึงฮยอน....ถ้านายยังดื้อ จะหาว่าพี่ใจร้ายไม่ได้นะ”

แต่ทว่าอีซึงฮยอนก็ยังคงเฉย ดื้อดึงไม่สนใจพี่ใหญ่อย่างชเวซึงฮยอนต่อไป เทมโปก็เลยสวมบทพี่ชายใจร้ายสมดังคำขู่มันเสียเลย

“เฮ้ย !!” ขนมร่วงออกจากปากและตักของเด็กหนุ่มนามอีซึงฮยอน เมื่อเจ้าของชื่อโดนพี่ใหญ่ยกตัวลอยขึ้นพาดบ่าไปแล้ว

“จะทำอะไรอ่ะ ปล่อยผมนะ พี่เทมโป!” เจ้าตัวโวยวายดังลั่น แต่เจ้าของชื่อผู้ถูกเรียกไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย ยังคงกระชับตัวคนบนบ่าแน่น หมายมั่นจะแบกเจ้าตัวยุ่งเข้าไปเคลียร์กันในห้องให้ได้ ถ้า...

“โอ๊ย!” เขี้ยวคมๆของแพนด้าตาดำงับเข้าให้ที่บ่าเทมโป แถมไม่เบาเสียด้วย เล่นเอาเทมโปต้องยอมปล่อยให้เจ้าตัวดีที่ฝังคมเขี้ยวลงบนบ่าหล่นลงกับพื้น


“ผมโกรธพี่แล้ว !!!” อีซึงฮยอนตะโกนใส่หน้าเทมโป แล้ววิ่งหนีเข้าห้องตัวเองไป แต่ทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการขุดหลุมฝังหลบตัวเองที่โง่มาก เพราะตัวเขาเองขาสั้นกว่าเทมโป ถึงแม้จะเล็กและเร็วกว่า แต่การหนีเข้าห้อง เป็นสิ่งสุดท้ายที่อีซึงฮยอนควรทำ

อีซึงฮยอนคงลืมไปแล้วว่าตัวเองนอนในห้องเก็บเสื้อผ้า!

“เฮ้ย !! เข้ามาทำไม ออกไปนะพี่เทมโป” อีซึงฮยอนดันตัวพี่ชายตัวโตออกไปจากห้องเก็บเสื้อผ้าสุดชีวิต แต่แรงหมีแพนด้าหรือจะสู้แรงไดโนเสาร์ได้ ประตูห้องเก็บเสื้อผ้าถูกผู้ชายตัวโตกระชากออก ฝ่ายซึงรีก็ปล่อยประตูแทบไม่ทันก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปตู้เสื้อผ้าของใครซักคน แล้วซุกตัวอยู่ในกองเสื้อผ้า

......น้องกู ยังสติดีอยู่มั้ย หนีไปหลบในกองเสื้อ!?

คิดอย่างนั้นแล้วก็หัวเราะพรืด เมื่อเห็นกองเสื้อผ้าขยับยุกยิกไปมา สาบานต่อหน้าพระเจ้า อีซึงฮยอน อายุ 17 แล้ว แต่หนีคนไปหลบในกองเสื้อ ช่างเป็นความคิดที่ฉลาดล้ำซะจนเด็กอายุ 4 ขวบยังอาย! คิดได้ไงเนี่ย ซึงรี?!

“ซึงรี ออกมาคุยกับพี่ดีๆ”

“ไม่”

“แล้วนายคิดว่าหลบอยู่ในกองเสื้อผ้า ใครเสียเปรียบ ฉันหรือนาย”

“....” สมองน้อยๆของอีซึงฮยอนกำลังทำงานหนัก

“ฉันรู้ว่านายอยู่ตรงไหนของกองเสื้อผ้า” แต่เขาไม่เห็นว่าพี่เทมโปอยู่ตรงไหนข้างนอกกองเสื้อนี่

“ฉันจะเดินเข้าไปหานายเมื่อไหร่ก็ได้” แต่เขาไม่รู้จะหลบพี่เทมโปไปทางไหน

“แล้วนายก็เสร็จฉัน ซึงรี”

กว่าจะคิดได้ก็สายเสียแล้ว ตอนนี้อีซึงฮยอน โดนชเวซึงฮยอนล็อกตัวไว้สมบูรณ์แบบผ่านกองเสื้อผ้าที่ระเนระนาดลงมา เทมโปกดมือข้างนึงล็อกตัวซึงรีไว้ไม่ให้หนี ส่วนอีกข้างก็จับเสื้อผ้าทั้งหลายที่คั่นระหว่างตัวเขากับซึงรีไว้ออกทีละชิ้นๆ จนเหลือเพียงผ้าขนหนูสีขาว ที่จำไม่ผิดว่าเป็นของแทยัง....แทยังอีกแล้วเหรอวะ!?

โอเค ประโยคหลังผมคิดแบบหงุดหงิดและอคติน่ะนะ

“คราวนี้จะหนี จะหลบหน้าพี่ไปไหนได้อีก ซึงรี” กระซิบแผ่วข้างหูผ่านผ้าขนหนู เห็นเพียงเงารางๆผ่านผ้าขนหนูสีขาว โอ๊ย! ให้ตายเถอะ ชเวซึงฮยอนกำลังจะทำให้หน้าของอีซึงฮยอนร้อนจนทอดไข่เจียวเลี้ยงคนทั้งค่ายได้นะ! เอาหน้าออกไปเดี๋ยวนี้นะเว้ย

“หืม....” อย่ามาทำเสียงติดเรทชวนขนลุกนะเว้ย! ไอ้คุณพี่ซึงฮยอน

“ไม่หนีแล้ว....ลุกดิ” ได้แต่ยอมรับเสียงอ่อย...โอ๊ย เขินฮะ!

“ไม่ลุกหรอก กว่าจะจับตัวนายได้ ทั้งเกือบโดนประตูหนีบ ไหนจะยังโดนงับเข้าที่บ่าอีก รู้ไหมเนี่ยว่าพี่เจ็บ” ถามอย่างไม่ติดใจอะไร หากแต่หมายจะยั่วเย้าเท่านั้น ปลายสายงึมงำแผ่วเบาว่าขอโทษ พร้อมกับข้อแก้ตัวอีกนานับประการที่ฟังไม่รู้เรื่อง

“ซึงรี”

เจ้าของชื่อกระพริบตาปริบๆ ผ่านผ้าขนหนูผืนบาง ซึงรีมองผ่านออกไป ก็เห็นเงาคนตัวโตโน้มหน้าลงมา ซึงรีหลับตาปี๋เตรียมรับชะตากรรมที่เทมโปจะมอบให้

เอาเปรียบกันอีกแล้ว!!!

.
.
.

“อืม....” เปลือกตาของอีซึงฮยอนกระพริบถี่ๆอีกครั้ง แต่ปากช่างเจรจานั้นกับไม่ส่งเสียงอะไรออกมาเลย ได้แต่เม้มเน้นด้วยความเขินอาย เทมโปถึงกับยิ้มให้กับอาการไร้เดียงสา ผ้าขนหนูของชื่อบบุคคลแสลงใจ (ในแบบที่คิดไปเอง) ถูกโยนทิ้งไป หลังจากริมฝีปากสัมผัสกันผ่านผ้าขนหนูผืนบาง เทมโปค่อยๆพยุงตัวน้องเล็ก ให้นั่งครึ่งตัวท่ามกลางกองเสื้อผ้าทั้งหลาย

“ซึงรี”

“.....” ช้อนตาขึ้นมามองเป็นเชิงถาม แต่ยังไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ เขินจนจะบ้าอยู่แล้ว

“โกรธอะไรพี่รึเปล่า”

“.....” ส่ายหัวไปมาเป็นคำตอบ แต่คิดหรือว่าคนอย่างเทมโป บิ๊กแบง จะเชื่อ?

“แล้วหลบหน้าพี่ทำไม....งอนอะไรพี่หรือ บอกพี่ได้ไหม?” เทมโปคลึงแก้มเนียนของซึงแผ่วเบา ซึงรีก็ยอมโอนอ่อนหลับตาพริ้มปล่อยให้พี่คนโตทำตามใจ ก็รู้นะว่าผิดที่งี่เง่า หึงไม่เข้าท่า....แต่ ก็มันหวงนี่ แล้วก็เหงาด้วย

“ไม่บอกหรือ?”

ยังคงส่ายหัวไปมาเป็นคำตอบ...แบบนี้ก็เข้าทางพ่อไดโนเสาร์เจ้าเล่ห์เขาน่ะสิ ซึงรีเอ๋ย...

“ถ้าไม่พูด.....พี่จูบนะ” สิ้นคำโดยที่ไม่คิดจะรอคำตอบจากน้องเล็กเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากก็ทาบทับลงไปฉวยโอกาสจากคนตัวเล็กซะแล้ว รสอุ่นนุ่มละมุนจากปากพี่คนโตบดเบียดอย่างอ่อนโยน ไม่เร่งร้อน ไม่เร่งเร้า มีแต่ความอ่อนหวาน หอมกลิ่นอุ่น ราวกับจะหลอมละลายให้คนถูกจูบตายคาอ้อมแขนไปเสียอย่างนั้น

ให้ตายเถอะ! พี่เทมโป พี่จูบเก่งเกินไปแล้วนะ

แล้วผมจะเล่นตัวไปอีกทำไม

อยากถามอะไร ถามผมมาสิฮะ ผมจะพูดให้หมดเลย

“ทีนี้บอกพี่ได้หรือยัง ว่าโกรธอะไรพี่รึเปล่า?” เทมโปละจูบจากริมฝีปากบางที่แดงช้ำไปหมดอย่างอ้อยอิ่ง อยากจะจูบซ้ำๆ ให้นานกว่านี้ แต่กลัวน้องจะขาดใจตายไปเสียก่อน ไหนจะเรื่องที่ค้างคาใจอยู่นี่เอง คุยกันให้รู้เรื่องเสียก่อน แล้วจะทำอะไรๆทีหลังก็ยังไม่สาย จริงไหมครับ?

“อือ.....” พยักหน้าเล็กน้อยราวกับลูกหมาเชื่องๆ ทั้งที่เมื่อครู่ยังฝังเขี้ยวซะเรียกเลือดได้อยู่เลย

“ว่าไงครับ? พี่รอฟังอยู่”

“ก็....ไม่ได้โกรธหรอก ผมแค่ก็เหงาแล้วก็หึงพี่เท่านั้นแหล่ะ” งึมงำตอบ ถึงมันจะเป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นแฟนกัน แต่ให้ผมมาพูดว่าเหงาแล้วก็หึง ทั้งๆที่ผมเป็นผู้ชายเนี่ย....มันรู้สึกกระดากปากยังไงพิกล

“หึงอะไร....จียงหรือ? ทำหน้าแบบนี้คงใช่สินะ พี่กับหมอนั่นไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย นึกว่านายรู้แล้วเสียอีก”

“ก็พี่น่ะ...เอะอะอะไรก็อยู่แต่กับพี่จียงนี่ มีเรื่องอะไรก็คุยแต่กับพี่จียงไม่เห็นคุยกับผมบ้างเลย ทั้งๆที่พี่เขาคุยโทรศัพท์อยู่แล้วผมก็ว่าง แต่พี่ก็เลือกที่จะเข้าไปขัดจังหวะพี่เขา แทนที่จะเดินมาหาผมที่นั่งว่างอยู่”

“พี่คุยเรื่องงาน....ส่วนพักหลังๆ พี่ก็คุยเรื่องนายนี่แหล่ะ ก็นายเล่นทั้งเมิน ทั้งเชิ่ดใส่ แถมยังไปผูกขาดตัวเองไว้กับแทยังแล้วก็ไอ้ตุ๊กตาหมีนั่นอีก จะให้เข้าไปคุยกับนายยังไงกัน?” พอเริ่มรู้ถึงสาเหตุแรกที่น้องเมินตัวเอง ก็ค่อยๆอธิบายอย่างคนใจเย็น

แหม....หึงก็บอกสิจ๊ะ ^^

“ก็พี่ไม่ค่อยอยู่กับผมนี่ ผมไม่รู้จะคุยกับใคร ก็เลยไปคุยกับพี่แทยัง พี่แดซองผมก็คุยนะ แต่พี่น่ะ...โผล่มาตอนผมอยู่กับพี่แทยังเองตะหาก” โบ้ยความผิดให้กันซะแบบนั้น แต่เอาเถอะ เขายอมผิดก็ได้ ^^

“แล้วตุ๊กตาหมีตัวนั้นมันก็ตัวใหญ่มากเลยนี่ ผมกอดมันก็....” จู่ๆเสียงอธิบายแจ้วๆของอีซึงฮยอนก็หายลงลำคอเจ้าตัวไปซะอย่างนั้น แถมยังหลบตาพี่ชายลงไปมองกองเสื้อผ้าเสียอีก

เป็นอะไรน่ะ?

“ก็อะไร?”

“........”

“หรือว่านายกอดมันแทนพี่....”

ฉึก! แทงใจดำแพนด้าอย่างแรง เจ้าตัวได้ยินคำพูดโดนใจแบบนี้ก็ยิ่งเขินหนัก พยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ก็สู้แรงคนตัวโตที่ตัวนี้ยิ้มหน้าบานจนแก้มแทบปริออกมาหมดแล้ว

หึหึ น่ารักแบบนี้สิ พี่ถึงได้หลงนายแทบบ้า

“กอดมันแทนพี่อย่างนั้นหรือ ซึงรี”

“อุ่นเท่าพี่ไหมล่ะ?”

“แล้ว.....ตุ๊กตาตัวแทนกับพี่ตัวจริง ชอบให้ใครกอดมากกว่ากัน” ถ้ามีปรอทวัดอุณหภูมิมาติดอยู่ข้างขมับอีซึงฮยอน ป่านนี้มันคงวิ่งทะลุร้อยองศาเซลเซียสแตกเปรี๊ยะไปแล้ว หน้าแพนด้าน้อยตอนนี้แดงเสียจนไม่รู้จะแดงยังไง แค่นี้ก็ไม่ต้องตอบ....คำตอบก็แสดงออกมาแล้ว ^^

เทมโปยิ้มกริ่มอย่างถูกใจ ก่อนจะเชยคางน้องให้หันมาสบตา

“พี่รักนายนะ ซึงฮยอน” กดจูบลงบนหน้าผาก

“ขอโทษที่ทำให้โกรธ” เลื่อนลงมาที่เปลือกตา

“ทำให้เหงา” งับแผ่วเบาที่ปลายจมูก

“จากนี้ไป คิดอะไรก็บอกพี่นะครับ อย่าเก็บไปคิดมากคนเดียว พี่เป็นห่วง” แล้วปิดท้ายที่ริมฝีปากอีกครั้ง เคล้าคลึงอย่างอ่อนโยนไม่เคยเปลี่ยน รุกเร้าอย่างอ่อนหวาน ไม่เคยบังคับให้สัมผัสอย่างไม่เต็มใจ ซึงรีเต็มใจที่จะเปิดกลีบปากนุ่มให้อีกฝ่ายได้รุกล้ำเสมอ ความหอมหวานและฉ่ำไปด้วยไอร้อน แลกเปลี่ยนผ่านปลายลิ้นของกันและกัน อ่อนโยน....นุ่มนวล

มีแต่ความรู้สึกดีๆให้กันทุกครั้งไป

.
.
.
.

แฮปปี้เอนดิ้ง

“โว๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย จะเข้าไปง้อ ไปทำห่าอะไรกันในห้องเก็บเสื้อผ้ากูไม่ว่าหรอกนะโว้ย แต่แม่ง !!! เสื้อกู หมวกกู พวกมึงจะรับผิดชอบกันยังไงวะ ถ้ามันเสียไป สาด”

โอเค....ไม่ต้องบอกก็รู้เนอะว่าใคร

Fin (-^^-)

Talk :: จบแล้วค่ะ ค้างคากันมั้ย หรือว่ายังไง เราเร่งแต่งตอนท้ายๆมันก็อาจจะแปลก แล้วก็ดูรวบรัดไปบ้าง ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ ^^” เจอกันเรื่องหน้า เราจะไม่จบแค่จูบ ฮ่าๆๆ

สุขสันต์วันแห่งความรักกันถ้วนหน้า อย่าลืมกอดคนที่รักคุณมากที่สุดที่ทำให้คุณได้มีความสุขทุกวันนี้นะคะ
รักปะป๊ามะม๊ากันเยอะๆนะค๊า >< !!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โคตรยาวเลย

แต่หนุกดี สนับสนุนค่ะ

#1 By asirup on 2008-02-21 20:54

ไม่อัพฟิค2Kบ้างหรอค่ะ
อยากอ่านมากมาย


2K2K

#2 By PooJae (125.26.198.50) on 2008-02-22 10:23

ยาวแล้วก็สนุกมาก !!

หวานมากนะเนี่ย =/////////=

อ่านแล้วเขิน 5555+

อยากอดมั่งอ่า อยากกอดมักเน่ที่กำลังกอดหมี

5555+


ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร = =;;

#3 By [ coolguy ★ ก้อย ] on 2008-02-28 18:35


อ๊ากกกกก

เทมซึง เราก็ชอบอ่านคู่นี้นะ 5 55

สงสารเท๊มที่คอยหึงตุ๊กตาหมี

ซึงรีก็เหมือนเด็ก4 ขวบ - -*


ในเรื่องนี้เราชอบลุคจีที่สุด
(ไม่ค่อยลำเอียง?) 55

เอะอะก็คุยแต่โทรสับ หมั่นไส้ (ไน๋บอกว่าชอบ)
เราชอบจีแมน จีออกจะแมน T^T

ตอนที่เท๊มลากจีเช้าไปคุยในห้องยังฮาได้อีก
เท๊มเป็นไงบ้างเจอเห็ดมันสวดซะ -*-


แต่งมาอีกน๊ะฮะ แต่ขอรีเควส G-Ri บ้างได้ไม๊?
**ไรท์เตอร์ถีบออกนอกบล๊อก**

#4 By AideGD (58.9.120.141) on 2008-02-28 22:56

สนุกดีนะ
ซึงรีนารัก น่ากอดมากๆ

#5 By sakuraban (124.120.99.208) on 2008-03-29 08:43

หนุกอ่ะ!!

ชอบๆๆๆ^[]^

ซึงรีน่ารักอ่ะ...อิอิ>//<

#6 By *MR:MONKEY,, on 2008-05-08 19:57