[SF] Don't tell Leeteuk*Kyuhyun
posted on 27 Apr 2007 18:02 by nishikidotang in fiction
ไม่ชอบคู่นี้ก็ไม่จำเป็นต้องอ่านนะคะ.......ไม่ต้องการคอมเม้นท์ที่ว่า 'ถ้าเป็นคู่ปกติจะดีมาก'

Title: Dont tell
Author: nina_kooh
Couple: Leeteuk * Kyuhyun (คังโจนิดๆ)
Rating: PG-13
Author s note: แอบชอบทึกโจ ก็เลยอยากแต่งขึ้นมาค่ะ (^^)
เพราะว่าโดยส่วนตัวชอบทึกแมน (^^)a
และคิดว่าถ้าเป็นเพลงอย่าบอกให้ใครรู้ของ Turn On ก็เหมาะสำหรับคู่ทึกโจที่สุดแล้ว (>___<)
ถ้าเปิดคลอไปจะได้ฟีลนะคะ ><
ปล. ยังรักคังโจเหมือนเดิม แค่แอบนอกใจชอบคู่นี้เอ๊ง ~
--------
อย่าบอกให้ใครรู้ ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร
แค่เรามองตากัน ก็สั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ
”คยูฮยอนพี่ไปทำงานนะ แล้วจะรีบกลับมาหา” ร่างสูงใหญ่ของคังอินก้มลงประทับริมฝีปากเบาๆที่เส้นผมสีดำของคยูฮยอนก่อนจะรีบวิ่งออกไป
“คยูฮยอนไปกันรึยัง” ซองมินโผล่หน้าขาวมาจากประตูหน้าห้องแล้ววิ่งนำไปก่อน โดยมีคยูฮยอนที่ยิ้มบางๆตามออกไป
Kiss the radio ~*
“พักซักครู่ แล้วกลับมาฟังรายการ KBS Cool FM Super Junior Kiss The Radio ครับ” เสียงของฮยอกแจออกอากาศไปก่อนจะถูกตัดเข้าโฆษณา ผมวางเฮดโฟนลงกับโต๊ะ แล้วเดินเลี่ยงคู่รักหวานแหววที่กอดกันกลมดิกประหนึ่งไม่ได้เจอกันมาแรมปีแบบนั้น
ผมเดินออกมาหาน้ำกิน ปล่อยให้ฮยอกแจนั่งสวีทกับซองมิน หลังจากดื่มน้ำไป 2 – 3 แก้วแก้กระหายเรียบร้อยก็เดินผ่าน ‘เป้าหมาย’ ที่นั่งอ่านสคริปต์ของตัวเงียบๆอยู่หน้าห้องอัด ผมมองซ้ายมองขวา มองเข้าไปในห้องอัดก็ยังเห็นนั่งฮยอกแจกับซองมินยังกุ๊กกิ๊กกันไม่เลิกก็เลยสบโอกาสเดินเข้าไปหา ‘น้องเล็ก’
หมับ
“อ๊ะ” น้องเล็กของเราร้องออกมาเบาๆ แต่ก็ยอมให้ผมกอดแต่โดยดี ถึงสายตาที่ส่งมาจะดุนิดๆเป็นเชิงต่อว่า
“อย่าประเจิดประเจ้อสิฮะ พี่ฮยอกแจกับพี่ซองมินก็นั่งอยู่ในห้องอัด”
“ไม่สนหรอก ไม่ใช่คังอินนี่” น้องเล็กของวงเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมให้ผมหอมแก้มอยู่ในอ้อมแขน จนผมดันน้องลากน้องออกไปด้านนอก แล้วกระชากเข้าไปในห้องน้ำปิดกลอนแน่นหนานั่นแหล่ะ น้องถึงได้เดินเข้ามาจูบผมก่อน
“อืม” คยูฮยอนผละริมฝีปากออกมา แต่ยังไม่ยอมปล่อยแขนที่โอบรอบคอ พอๆกับที่ผมยังไม่เลิกลูบสะโพกของเขานั่นแหล่ะ
“คิดถึงพี่จัง” ริมฝีปากแดงขยับอยู่ใกล้กัน
“พี่ก็คิดถึงนาย”
“อยากจัง”
“ฮ่ะๆ ตอนนี้ไม่ไหวมั้ง พักแค่แป้บเดียวเอง เดี๋ยวต้องกลับเข้าไปอัดรายการแล้ว” ผมยิ้มให้คยูฮยอนที่ขมวดคิ้วขัดใจน้อยๆ
“แล้วเมื่อไหร่ล่ะฮะ” เสียงของคยูฮยอนฟังดูทั้งขัดใจ ทั้งออดอ้อน มันน่าขย้ำนัก
“น่า....ไว้พี่จะหาตารางงานให้ยองอุนมันไปทำงานตอนพี่กับนายว่างตรงกันนะ”
“ก็ได้ฮะ” คยูฮยอนยิ้มหวานแล้วยอมผละออกมา แต่มือเล็กกลับเลื่อนมาจับที่มือผมแทน
“ไปกันเถอะฮะ”
-------
เมื่อเดินเข้าไปในห้องอัดผมกับคยูฮยอนก็ปล่อยมือออกจากกันอย่างรวดเร็ว ทำหน้าตาปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย มืออาชีพซะน่าจับไปเล่นละครแข่งกับคิมคิบอม หรือ ชเวซีวอนนักเชียว
“กลับเข้าสู่รายการ KBS Cool FM Super Junior Kiss The Radio ครับ” เป็นเสียงของฮยอกแจอีกครั้งที่ออกอากาศไป ส่วนผมก็ขานรับเล็กๆน้อยๆ พอเป็นพิธีตามประสาคนยังใจเต้นนิดๆ พอเหลือบไปมองหน้าน้องเล็กก็ตีหน้านิ่งเสียยิ้มเป็นปกติมาให้จนน่าหัวเราะว่าตัวเองกลัวอะไร
อย่าให้ใครเห็น ว่าฉันแอบส่งสายตาหวานๆให้ไป
เพราะอยากเก็บไว้เป็นเรื่องของเราสองคน
เสียงเจื้อยแจ้วเจรจาของฮยอกแจกับซองมินที่โต้ตอบหยอกเล่นกันไปมา ทั้งพูดจริงพูดเล่นที่ทำได้แบบเป็นธรรมชาติเสียจนแฟนๆคงสับสนแย่ เพราะพวกเราเล่นกันเป็นปกติแบบนี้อยู่แล้ว
เล่นกันเป็นปกติงั้นหรือ? รอยยิ้มชั่วร้ายผุดขึ้นมาบนใบหน้าใสซื่อ(?)ของผม
ฉันก็เกือบยั้งใจไม่อยู่ กลัวใครจะรู้
เมื่ออยู่กับเธอเลยต้องทำเฉยไป
ผมหันไปมองเล็กน้อยพลางบอกให้สต๊าฟช่วยขยับกล้องให้ได้มุมซักนิด ก่อนจะกระดิกนิ้วเรียกให้คยูฮยอนโน้มตัวลงมาซบบ่า ผมกะมุมกล้องไว้เรียบร้อยว่าสิ่งที่จะออกไปสู่สายตาแฟนคลับจะเป็นแค่ภาพหัวของผมกำลังก้มลงไปทำอะไรซักอย่างกับคยูฮยอนเท่านั้น
แต่สิ่งที่ผมทำมันคงให้ภาพที่สมจริงน่าดู เพราะตอนนี้ผมก้มลงไปพึมพำชิดริมฝีปากของน้อง โดยที่ปล่อยให้คู่รักหวานแหววพูดกันต่อไป
“จะทำอะไรฮะ” น้ำเสียงรู้ทันแบบนี้สิที่ผมชอบ
“คิดว่าพี่จะทำอะไรล่ะ หืม?”
“จะแฟนเซอร์วิสก็ไม่เห็นต้องก้มลงมาขนาดนี้เลยนะฮะ” ถึงปากจะว่า แต่รอยยิ้มปีศาจน้อยๆแบบนั้นมันอะไรกัน หึ๊? คยูฮยอน
“ก็....ไม่ได้จะแฟนเซอร์วิสอย่างเดียวเสียหน่อย จุ๊บ”
แล้วก็เกือบจะเผลอจนได้
ก็ทนไม่ไหวก็ใจมันสั่นทุกที
ก่อนที่ผมจะไม่หยุดแค่ประทับริมฝีปากเบาๆ คยูฮยอนก็รีบผละหน้าหนีอย่างรู้ทัน โดยไม่ลืมที่จะกลบเกลื่อนด้วยอาการยิ้มขำอย่างแนบเนียนอีกต่างหาก
ผมเองก็ได้แต่แอบยิ้มเท่านั้น ก่อนจะกลับไปพูดอะไรบ้างหลังจากปล่อยให้ฮยอกแจพูดมานาน จนโดนยิงคำถามใส่
แปะ
ผมสะดุดเล็กน้อย ก่อนจะอมยิ้มทั้งๆที่ปากยังคงขยับไปเรื่อย
ทำไมมือของน้องที่ทาบลงมามันอุ่น และน่ารักอะไรแบบนี้น้า ~
-------
“คยูฮยอน ~ มีดอกไม้มาถึงนายแน่ะ” ซีวอนเดินถือเอาดอกกุหลาบสีชมพูช่อโตมาให้คยูฮยอนที่กำลังนั่งพิงไหล่คังอินกินขนมอยู่
“หืม?” คังอินเลิกคิ้วสงสัย ในขณะที่น้องเล็กปั้นหน้ารับมาแบบงงๆ แต่รอยยิ้มที่แอบฉาบไว้มันไม่รอดสายตาผมไปหรอกนะ
“ผมนึกว่าของพี่ซะอีกนะ” ซีวอนเกาหัวทำหน้าเอ๋อใส่คังอินที่ทำหน้างงไม่แพ้กัน
“ฉันเปล่า”
“ไปโปรยเสน่ห์ไว้ที่ไหนเนี่ย คยูฮยอน” ซีวอนยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่
“ไม่รู้สิฮะ” คยูฮยอนยิ้มน้อยๆอย่างไร้เดียงสา
หากใครถามเรื่องดอกไม้ ก็ให้ทำไม่รู้ไม่ชี้ไป
หากใครถามที่เราดูแปลกไป หรือถามความรักที่มี
“ผมเอาดอกไม้ไปเก็บนะ” คยูฮยอนเดินหายเข้าไปในห้องนั่งเล่นเล็กๆอีกห้อง
“คิดไรมากวะ ยองอุน ของแฟนคลับนั่นแหล่ะมั้ง ฉันไปช่วยคยูฮยอนเก็บดอกไม้นะ” คังอินพยักหน้าเออออ ผมจึงรีบสาวเท้าเข้าไปอีกห้องนึงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้เร็วเสียจนน่าเกลียด ก็อย่างว่าแหล่ะนะ โอกาสมาทั้งที ขอเก็บไว้ซักหน่อยจะเป็นอะไรไป
ผมเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นเล็กก็เห็นคยูฮยอนกำลังปักดอกกุหลาบสีชมพูหลายดอกลงบนแจกันที่แขวนตามผนัง บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ และอีกหลายๆที่
“ใจร้ายจังน้า ~ เอาออกจากช่อแล้วเหรอ” ผมยืนซ้อนทับน้องที่ยืดตัวเอาแจกันไปแขวนไว้ที่เดิม
“อ๊ะ พี่ลีทึก” คยูฮยอนผลักตัวผมออกห่าง
“พี่คังอินอยู่ข้างนอกนะฮะ” เสียงเอ็ดเบาๆทำเอาผมหัวเราะ
“น่า.....นิดเดียวเอง”
“ไม่เอาฮะ”
“นะ...เด็กดี”
ผมดันตัวคยูฮยอนจนติดกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ รอยยิ้มถูกวาดบนใบหน้าที่ใครๆก็ชมว่าสวยของผม คยูฮยอนกลั้นหายใจก่อนจะเปล่งเสียงแผ่วเบา
“แค่นิดเดียวนะฮะ”
ผมกับคยูฮยอนเคลื่อนหน้าเข้าหากันช้าๆไม่รีบร้อน คยูฮยอนยังคงอยู่วงแขนที่ผมกักไว้ แขนของผมเองก็ไม่ได้ขยับไปไหน แค่กั้นตัวไม่ให้คยูฮยอนหนีไปไหนก็เท่านั้น เราสองคนเลื่อนริมฝีปากมาบรรจบกันแผ่วเบา มอบจูบรสหวานอย่างคุ้นเคย นานๆทีจะมีโอกาสผมก็เลยอยากจะทำตามใจตัวเองเต็มที่ แต่ ‘เด็กดี’ ของผมขอเอาไว้ ผมก็เลยตามใจอย่างเสียไม่ได้ แล้วหลังจากนั้น....ผมกับคยูฮยอนก็กลับมาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่รักกัน (มากกว่าปกติ) เหมือนเดิม
--------
“พักนี้สนิทกับพี่อีทึกจังนะ คยูฮยอน”
รู้ว่าเธอคงไม่พูดหรอก ว่าเราแอบชอบ
ว่าเราแอบเก็บสิ่งดีๆเอาไว้
”เหรอฮะ” คยูฮยอนตอบซองมินด้วยรอยยิ้ม
“อ๋า ~ คยูฮยอนอย่ายิ้มแบบนี้สิ นายน่ารักชะมัดเลย” แน่ล่ะ...ไม่น่ารัก ทั้งผมทั้งคังอินจะหลงขนาดนี้เรอะ
”ฮ่ะๆ ขึ้นมานั่งตักผมแบบนี้ เดี๋ยวพี่ฮยอกแจจะฆ่าผมเอานะครับ” ปากน้องก็ว่าไปอย่างนั้น แต่ก็ยอมให้ซองมินปีนขึ้นมานั่งบนตักแต่โดยดี
“โธ่....ฮยอกแจไม่ว่าฉันหรอก เพราะฉันน่ะ น่ารักที่สุด” ซองมินยิ้มแต้ เฮ้อ ~ ให้ตายเถอะ กระแสคยูมินมันถึงไม่จบตามมินิดราม่าไปซักทีนี่ไงเล่า
“แต่ ยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะ ตกลงว่าสนิทกับพี่อีทึกจริงๆนะ แอบเล่นชู้กันลับหลังพี่คังอินรึเปล่า” ซองมินพูดน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ทำเอาผมสำลักน้ำส้มที่กำลังดื่มเข้าไปจนไอค่อกแค่ก....ไอ้ฟักทอง!
เพราะที่เรารู้กันอยู่ข้างใน
มันเกินบรรยาย เกินกว่าใครจะรับฟัง
“ฮ่ะๆ ไม่หรอกครับ ใครจะกล้า พี่คังอินเชียวนะครับ ดูตัวผมกับพี่อีทึกสิ พี่คังอินดีดนิ้วผมกับพี่เขาก็กระเด็นติดฝาผนังแล้วนะครับ” คยูฮยอนแก้ตัวน้ำใสแจ๋ว แหม....แต่พูดก็พูดเถอะ หมายความอย่างนั้นจริงๆเหรอ คยูฮยอน ฉันก็ไม่ได้บอบบางแบบนายซะหน่อย ฉันบางแต่ฉันมีกล้ามนะ ไม่เหมือนนายหรอก ผอมบางกล้ามน้อยกว่าฮยอกแจอีกมั้ง
“เหรอ....” ซองมินพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะลุกพรวดจากตัวคยูฮยอนไปที่ประตูทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องเปิด เสียงโหวกเหวกของคิบอมกับฮยอกแจที่ทะเลาะกันจากหน้าประตูดังมาจนถึงนี่ โดยมีเสียงคังอินพยามตะเบ็งเสียงห้าม ‘น้อง’ ก็เลยจะลุกตามซองมินไปบ้าง แต่มือผมไวกว่า
“พี่อีทึก”
“.......” ผมดึงตัวน้องมาจูบเบาๆ ก็จะปล่อยมือพร้อมฉาบรอยยิ้มแนบเนียนที่คยูฮยอนยังขมวดคิ้ว ก็แค่อยากจูบเอง ไม่ได้มีความหมายอะไรซักหน่อย
“ไปสิ” น้องทำหน้าลังเล ราวกับยังติดใจว่าผมรั้งไว้ทำไม แต่น้องก็เดินหันหลังสาวเท้าก้าวไปหาคังอินที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าราวกับจะฆ่าคน โดยมีฮยอกแจที่โดนซองมินลากเข้าห้องตัดหน้าไป ส่วนคิบอมก็เดินเข้าห้องทงแฮพร้อมปิดประตูดังปัง คยูฮยอนไม่ได้สนใจ 2 คู่นั้นซักนิด แต่ลากคังอินมานั่งตรงโซฟา หย่อนตัวลงข้างๆแล้วลูบหน้าที่โกรธจัดไปมาเบาๆ...อา แทงใจจริงแหะ
ก็ใช่ว่ารับไม่ได้ซักหน่อย แค่แทงใจดำนิดๆเอง
“พี่ฮะ พี่อย่าทำหน้าแบบนี้สิฮะ ไม่หล่อเลยน้า ~”
“ยิ้มหน่อยสิฮะ หงุดหงิดไปก็ไม่ดีขึ้นหรอกนะฮะ แค่นี้พี่ก็เครียดจะแย่แล้วน้า....เดี๋ยวพี่ซองมินกับพี่ทงแฮก็จัดการเองแหล่ะฮะ นะฮะ” น้ำเสียงน้องมันออดอ้อนชะมัด...อิจฉายองอุนมันชะมัด เวลาผมหงุดหงิด น้องเข้ามาทำแบบนี้ไม่ได้นี่นะ
“อืม” คังอินยอมแพ้ลูกอ้อน
“อืม แล้วก็ยิ้มให้ผมดูหน่อยสิฮะ....ยิ้มเร็ว ยิ้ม ~” คยูฮยอนยิ้มหวานใส่ ยองอุนมันก็เลยยอมยิ้ม ก่อนจะซบลงที่บ่าบอบบางของคยูฮยอน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ แล้วหลับตาลง
คยูฮยอนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมที่ยืนมองอยู่ในห้องครัวผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดไว้
‘ออกไปก่อนได้มั้ยฮะ’
‘ทำไมล่ะ’
‘แล้วคืนนี้จะไปแวะไปหานะฮะ’
บทสนทนาที่ผ่านสายตาโดยไร้เสียงใดๆ ทำให้ผมยอมพยักหน้าแต่โดยดี วางแก้วน้ำส้มลงบนอ่างล้างจาน ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ไปหาอะไรกินก็ได้วะ
ผมสบตากับน้องอีกครั้ง น้องส่งยิ้มหวานบางๆมาให้เป็นเชิงขอบคุณ ผมก็ได้แต่พยักหน้านิดๆ ก่อนจะเดินออกไป ปิดประตูให้เบาที่สุด ผมนั่งแปะลงในรถ แล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ระหว่างผมกับคยูฮยอนไม่คิดจะเป็นอะไรกันไปมากกว่านี้ เพราะน้องเขาก็มีคังอินอยู่แล้วแล้วน้องก็รักคังอินมันมากด้วย และถึงตัวผมเองจะยังไม่มีใคร แม้ว่าเราต่างจะรู้สึกชอบกัน แต่มันก็ไม่ใช่ความรัก ผมก็ตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่อาจจะเป็นแค่ความรู้สึกชอบหรือประทับใจ อะไรทำนองนั้นล่ะมั้ง
ก็ใช่ว่าพวกเมมเบอร์ในวงจะไม่รู้ทุกคนหรอกนะ ฮีชอลแน่ๆล่ะ 1 คนที่รู้ เพราะถ้าคุณเธออยากรู้อะไร เจ้าหล่อนจะต้องคาดคั้นจนเหยื่อแทบถึงฆาต(?) แล้วเป็นฝ่ายยอมบอกนั่นแหล่ะ ผมเองก็ 1 ในนั้นเหมือนกัน แต่ฮีชอลก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่กัดนิดหน่อยพอเป็นพิธี แล้วก็บอกว่าอย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อ อย่าทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ แล้วก็อย่าแย่งคยูฮยอนมาจากยองอุนมัน แล้วก็เอ่อ....เทศน์ยาว เรื่องปกติของแม่คุณเขาล่ะ เป็นคุณแม่(?)ของวงไปแล้ว แค่เรื่องขี้บ่นล่ะมั้ง ที่เหมือน
ส่วนอีกคนที่รู้แต่มันไม่พูด (หรือไม่แคร์ก็ไม่รู้) ก็....คิบอมนั่นล่ะ วันนั้นผมกับคยูฮยอนตารางงานว่างตรงกัน แล้วก็ไม่มีใครอยู่ในห้องเลย ผมก็เลยลากน้องมาจูบบนโซฟา แล้วคิบอมมันเปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี ผมกับคยูฮยอนผละออกจากกันแทบไม่ทัน (มันก็ไม่ทันจริงๆนั่นแหล่ะ) แต่คิบอมมันก็แค่เลิกคิ้วน้อยๆ
‘พี่คังอินกลับก่อนเวลา 30 นาที แต่ผมมาถึงก่อน โชคดีจริงๆนะ พี่อีทึก’
มันว่างั้นแหล่ะ....สมเป็นลูกรักฮีชอลจริงๆ แล้วมันก็เดินหายเข้าไปในห้องเลย ตามด้วยคังอินที่เดินตามเข้ามาตามที่คิบอมมันว่าจริงๆ ผมกับคยูฮยอนงี้กลั้นหัวเราะแทบไม่ทัน ผมคงยังดวงไม่ถึงฆาต
ก็อย่างว่าแหล่ะนะ ผมกับคยูฮยอนไม่ได้รักกัน แค่แก้เหงาสนุกๆ ต่างคนก็ต่างชอบในรสสัมผัสของกันเท่านั้น ไม่ได้ผูกพันกันที่จิตใจเสียหน่อย ถึงจะบอกให้พวกเมมเบอร์คนอื่นๆรู้ (ยกเว้ยยองอุน! หมีมันหึงโหด) ก็คงไม่มีใครสนเท่าไหร่ เผลอๆจะช่วยสนับสนุนด้วยล่ะมั้ง? เรื่องพวกนี้น่ะชอบกันนัก
แต่อย่าเลยดีกว่า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของคยูฮยอน เก็บความสัมพันธ์แบบนี้ไว้เป็นความลับของเรา 2 คนดีกว่านะ
ก็หลบๆซ่อนๆแบบนี้ถึงมันจะต้องอดทนและเสี่ยงตาย(?) แต่มันก็เร้าใจกว่าเปิดเผยเยอะเลยนี่ครับ
Make a secret ดีกว่าเนอะ? อย่าบอกให้ใครรู้นะครับ
อย่าบอกให้ใครรู้ ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร
แค่เรามองตากัน ก็สั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ
อย่าให้ใครเห็น ว่าฉันแอบส่งสายตาหวานๆให้ไป
เพราะอยากเก็บไว้เป็นเรื่องของเราสองคน

























) แต่ซินเนี่ยน่าจะจับไปอยู่กองสอบสวนนะ ไอ้ประเภทอยากรู้อะไรต้องรู่อ่ะ ไปอยู่กับตำรวจน่าจะดีกว่ามาเป็นนักร้องนะ
อ่านเพลินดีงะ
บรรยาย+จิ้นไม่ออกเลย คังโจเนี่ย
#1 By Mogu-Chette on 2007-04-27 18:17